มาบตาพุด

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทะเลระยอง

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทะเลระยอง

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาฯ (PMSC) โดยทีมงานฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ได้ร่วมกิจกรรม โครงการ”ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ “ จัดโดย ความร่วมมือของหน่วยงานภาคราชการ

หน่วยงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ร่วมกับ กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดแสงเงิน ซึ่งมีผู้บริหารและพนักงานแต่ละหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ทั้งนี้โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำมีการจัดกิจกรรมเป็นระยะๆต่อเนื่องทุกปี เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลของ จ.ระยอง ให้มีความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน

 

 

และ เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ของการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและอาชีพของชุมชน ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนต่อไป…

SPRC เข้าร่วมงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ระยอง 2565

SPRC เข้าร่วมงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ระยอง 2565 ที่บ้านพลา-อู่ตะเภา

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมโครงการ “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จังหวัดระยอง ปี 2565” จัดขึ้น ณ วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้านพลา-อู่ตะเภา ร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตมาบตาพุด, อำเภอบ้านฉาง, ประมงอำเภอบ้านฉาง, เทศบาลตำบลพลา, วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพลา-อู่ตะเภาสามัคคี, โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี, บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด, บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน), กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง, บริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด, บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด และโรงเรียนวัดพลา โดยได้รับเกียรติจากนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธาน เป็นประธาน ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน และมีจิตอาสา SPRC เข้าร่วมงาน 40 คน

ภายในงานมีการปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำกว่า 2,071,599 ตัว จำแนกตามชนิดพันธุ์ ได้แก่ พ่อปูแม่ปูไข่ 599 ตัว, ลูกไรปู 2,000,000 ตัว, ลูกกุ้ง 70,000 ตัว และหอยหวาน 1,000 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยองและกลุ่มประมงในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับวัตถุประสงค์ของการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้ คือเพื่อสร้างสมดุลให้แก่ระบบนิเวศของท้องทะเลไทยผ่านการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพประมงของประชาชนในเขตพื้นที่ให้มีแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนอีกด้วย

#SPRC #SPRCเคียงข้างสังคม #เพราะระยองคือบ้านของเรา

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 จัดฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ “ MTP 3.1 ครั้งที่ 2 “

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 จัดฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ “ MTP 3.1 ครั้งที่ 2 “

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ณ สนามหญ้าเทียมมาบตาพุดอารีน่า โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 จัดฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ “ MTP 3.1 ครั้งที่ 2 “ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) และบริษัทในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ 1) สทร.+MRT นำโดย นายอนุชิต สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 2) เจ้าท่า FC นำโดย นายวงศกร นราธาวา ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง 3) MTP 3.1 all star (ประกอบไปด้วยบริษัท GMTP,PMSC และ PTT Tank) นำโดยนายสดุดี สุจริต ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง บริษัท GMTP 4) ITD FC นำโดยนายช่างรัฐฐา นาคประดา ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) บริษัท อิตาเลียนไทยฯ


บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เร้าใจ และเป็นกันเอง ด้านกองเชียร์ลุ้นกันสุดๆ ผลการแข่งขัน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศไปครอง ลำดับที่ 2 MTP 3.1 All star
ที่ 3 ITD FC ที่ 4 สทร+MRT ตามลำดับ ทั้งนี้ ทุกทีมทุกหน่วยงานได้สร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันและได้สื่อสารกันอย่างใกล้ชิด อันจะเป็นการส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการฯที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

ระยอง ปล่อยขบวนรถส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ทางรถไฟ เที่ยวปฐมฤกษ์จากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดปลายทางประเทศมาเลเซีย

ระยอง ปล่อยขบวนรถส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ทางรถไฟ เที่ยวปฐมฤกษ์จากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดปลายทางประเทศมาเลเซีย เตรียมขยายเส้นทางไปยังประเทศรัสเซีย รองรับกลุ่มผู้ประกอบการปิโตรเคมี

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 9 ก.ย.ที่สถานีรถไฟมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงค์ ชูสลับ นายสถานีรถไฟมาบตาพุด จ.ระยอง พร้อมด้วยนายปัญญา ปะพุธสะโร ประธานกรรมการ บ.เก้าเจริญ เทรน ทรานสปอร์ต จำกัด และนายปุรเชษฐ์ ปะพุธสะโร กรรมการผู้จัดการ บ.เก้าเจริญ เทรน ทรานสปอร์ต จำกัด ร่วมปล่อยขบวนรถขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ จำนวน 7 ตู้ สินค้าประเภทปิโตรเคมี โดยส่งออกทางรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์จากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดปลายทางประเทศมาเลเซีย

นายปัญญา กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ให้บริการขนส่งสินค้าตู้คอนเทรนเนอร์ระบบรางทางรถไฟมาตั้งแต่ปี 2562 และเริ่มให้บริการขนส่งสินค้าผ่านแดนและสินค้าส่งออกทางรถไฟมาตั้งแต่ปี 2564 โดยเส้นทางที่เปิดส่งสินค้ากลุ่มปิโตรเคมีเที่ยวปฐมฤกษ์ดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ 3 ต่อจากเส้นทางสถานีมาบตาพุด-ลาว และมาบตาพุด-จีน เดิมส่งออกทางเรือจากมาบตาพุดไปแหลมฉบังแล้วอ้อมไปมาเลเซีย แต่ปัจจุบันใช้ขนส่งทางรางจากมาบตาพุดตรงไปมาเลเซียเลย เส้นทางจะสั้นกว่า และค่าขนส่งถูกกว่าขนส่งทางเรือ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ มีเป้าหมายที่พูดคุยในกลุ่มพาร์ทเนอร์ที่เป็นจีน โดยจะมีการรับตู้สินค้าสลับกัน ต้นทางมาจากจีนมาลงลาวผ่านไทยและไปยังมาเลเซีย หย่นระยะทางสั้นลงกว่าขนส่งทางเรือที่ใช้เวลา 7-10 วัน โดยใช้ระยะเวลา 5 วันเท่านั้น จะเป็นการทำให้มูลค่าต้นทุนทางโลจิสติกส์ลดลงได้กว่า 35 เปอร์เซ็น


อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้า จะมีการขยายเส้นทางเพิ่มโดยส่งสินค้าประเภทอาหารแห้งไปยังประเทศรัสเซีย เส้นทางจากสถานีมาบตาพุดไปยังลาวผ่านจีนปลายทางที่รัสเซีย จำนวน 5 ตู้คอนเทรนเนอร์ โดยใช้เวลา 14 วัน หย่นระยะทางการขนส่งทางเรือที่ใช้เวลาถึง 45 วัน


ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการทดลองเส้นทางให้เห็นแล้ว ขอให้ผู้ประกอบการได้มั่นใจว่าทางบริษัทฯ สามารถทำได้ ซึ่งการขนส่งทางรางจะช่วยลดต้นทุนถูกกว่าการขนส่งทางเรือ และรถบรรทุก ไปถึงมือลูกค้าเร็วกว่า.

BLCP ร่วมปลูกป่าชุมชน เพิ่มพื้นที่ป่าและเพิ่ม “ปอดของโลก”

BLCP ร่วมปลูกป่าชุมชน เพิ่มพื้นที่ป่าและเพิ่ม “ปอดของโลก”

1 สิงหาคม 2564 – บริษัท บีแอลพีซี เพาเวอร์ จำกัด ร่วมกับ กรมป่าไม้จังหวัดระยอง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คณะกรรมการป่าชุมชน ปลัดอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ผู้ใหญ่บ้านตำบลหนองบัว จ.ระยอง ร่วมปลูกต้นไม้ในกิจกรรมปลูกป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติ “เราทำดีด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ณ ป่าชุมชนบ้านหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นจำนวน 15 ไร่

 

โดยมี นายดาระใน ยี่ภู่ นายอำเภอบ้านค่าย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกป่าชุมชนในครั้งนี้

 

ดร. จิราวรรณ  จำปานิล  ผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อม ตัวแทนบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด กล่าวว่า “การปลูกป่าชุมชน ถือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการป่าชุมชนและการมีส่วนร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมศักยภาพป่าชุมชนในการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน และเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนการบรรลุประโยชน์ร่วมกันอื่นๆ   สำหรับพื้นที่ปลูกป่าในครั้งนี้ มีจำนวนประมาณ 15 ไร่ โดยมีพรรณไม้หลากหลายชนิดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่  อาทิ ต้นยางนา ต้นตะเคียนทอง ต้นมะกอกป่า ต้นพยุง เป็นต้น

โครงการนี้ นอกจากจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าตำบลหนองบัวและบริเวณใกล้เคียง ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างแหล่งอาหารแล้ว ยังเป็นการสืบสานและส่งเสริมความสัมพันธ์ ความเกื้อกูลกันระหว่างคนในชุมชน และระหว่างชุมชนกับคนในสังคมไทยด้วย”

 

BLCP มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการจัดทำโครงการด้านการอนุรักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันเช่น

โครงการรักษ์ป่าชายเลนกับบีแอลซีพี โครงการปลูกป่าชุมชนแขมงคงมั่น โครงการคอนโดปู โครงการปลูกป่าชุมชนบ้านมะเดื่อ โครงการเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง โครงการผักปลอดสารพิษ และโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้น

เพื่อร่วมกันสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  ผักและผลไม้ออร์แกนิค สร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนระยอง และสร้างเมืองระยองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่คู่อุตสาหกรรม….

 

The Lighter Thaiand…///

BLCPจับมือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กตากวน- อ่าวประดู่ จ.ระยอง พัฒนาผลิตภัณฑ์

BLCPจับมือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ จ.ระยองพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปหอยแมลงภู่คุณภาพดีจากทะเลไทย
  บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ให้ความสำคัญต่ออาชีพของกลุ่มประมงเรือเล็กในพื้นที่ และเนื่องจากปัญหาเรื่องค่าน้ำมันแพงในการออกหาปลาแต่ละครั้ง จึงได้หารือกับกลุ่มประมงเรือเล็ก และริเริ่มโครงการ “เพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแขวน”ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ถึงปีปัจจุบัน (พ.ศ. 2564) รวม 17 ปีต่อเนื่อง

โดยบริษัทฯ ได้ว่าจ้างผู้ชำนาญการมาฝึกอบรมและสอนวิธีเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ด้วยตนเอง เพื่อให้ชาวประมงมีองค์ความรู้จากการทำแพเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่
นำไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ชาวประมงผู้ประกอบอาชีพแพเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแขวน ประกอบด้วย กลุ่มประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ จำนวน 73 ราย กลุ่มประมงพื้นบ้านปากคลองตากวน จำนวน 11 ราย และกลุ่มประมงเรือเล็กหาดแสงเงิน จำนวน 7 ราย รวมจำนวน 91 ราย ถือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่รายใหญ่ที่สำคัญของ จ. ระยอง โดยเฉพาะบริเวณตากวน- อ่าวประดู่สามารถผลิตหอยแมลงภู่ โดยเฉลี่ย 5 ตัน/ราย/รอบการผลิต ในแต่ละปีสามารถผลิตหอยแมลงภู่ รวมประมาณ 350 ตัน/ปี จากประสบการณ์และความชำนาญที่เพิ่มมากขึ้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กตากวน- อ่าวประดู่ ได้เพิ่มมูลค่าหอยแมลงภู่ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์หอยแมลงภู่แปรรูป อุตสาหกรรมระดับครัวเรือน เพื่อต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง โดยมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก เก็บไว้ได้นาน เป็นของทานเล่น เป็นกับแกล้ม หรือนำไปปรุงอาหาร เช่น ยำหอยแมลงภู่อบแห้ง เป็นต้น


ผลิตภัณฑ์หอยแมลงภู่แปรรูปมีดังนี้ ข้าวเกรียบหอยแมลงภู่ (แบบนำไปทอดเอง) ครึ่งกิโลกรัม 150 บาท สั่ง 1 กิโลกรัม ส่งฟรีหอยแมลงภู่ตากแห้ง ครึ่งกิโลกรัม 300 บาท สั่ง 1 กิโลกรัม ส่งฟรี หอยแมลงภู่ทอดกรอบปรุงรส รสดั้งเดิม รสต้มยำ รสหมาล่า ถุงละ 50 บาท ไม่รวมค่าจัดส่ง

สามารถสั่งซื้อได้ที่: กลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ จ. ระยอง
คุณนิตยา ไทยวงษ์ โทร.089-831-2954 หรือ Facebook : Mrs. Hoi หอยแมลงภู่ทอดกรอบ

GC ร่วมกับ ประชารัฐรักสามัคคีอุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดระยอง

GC ร่วมกับ ประชารัฐรักสามัคคีระยอง อุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดระยอง



“ผลไม้รสล้ำ” คำขึ้นต้นของคำขวัญประจำจังหวัดระยอง แสดงให้เห็นว่าจังหวัดระยองสามารถปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิด มีรสชาติดีถูกใจนักท่องเที่ยว ต้องซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผลไม้ออกชุกเป็นพิเศษ เช่น มะม่วง ทุเรียน มังคุด รวมถึง สับปะรดทองระยอง ผลไม้ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่อร่อย เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะมีผลผลิตออกมาพร้อมกัน ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดระยอง ประสบปัญหาราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด



เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดระยอง GC ร่วมกับ ประชารัฐรักสามัคคีระยอง จึงได้ จัดโครงการ “Pineapple Aloha” เพื่อเป็นการอุดหนุนสับปะรดจากเกษตรกรในระยอง นำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลระยอง ซึ่งเป็นผู้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโควิด 19 เพื่อความปลอดภัยของทุกคนอย่างเต็มที่ตลอดมา โดยได้รับเกียรติจาก นางธัมมิกา เอี่ยมแสง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง เป็นประธานในการปล่อยขบวนรถบรรทุกสับปะรด “Pineapple Aloha” ปริมาณบรรทุกคันละ 2,000 กิโลกรัม พร้อมด้วยนางสาวเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ ประธานกรรมการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีระยอง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เข้าร่วมงาน ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง



สับปะรดทองระยอง (Rayong Golden Pineapple) หมายถึง สับปะรดสายพันธุ์ควีน (Queen) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศรับรองให้สับปะรดทองระยอง เป็นผลผลิตที่ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จีไอ (GI : Geographical Indication) ลักษณะเฉพาะ ขอบใบที่ต้นและจุกมีหนามสั้นแหลมคม สีชมพูอมแดง รูปผลทรงกระบอก ตาผลใหญ่ ร่องตาตื้น เปลือกบาง เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีทองทั้งผล เนื้อสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอตลอดผล เนื้อแน่น แห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวาน มีกลิ่นหอม รับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ปลูกในเขตพื้นที่ของจังหวัดระยอง
สนใจสั่งซื้อเพื่ออุดหนุนเกษตรกร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม โทร. 087-500-4726,065-395-5449

จิรัฏฐ์นนท์ ฐิตะสิริ ระยอง

บีแอลซีพี พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร จ. ระยอง จากเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง

 

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการคืนสุขภาพที่ดีสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรรู้จักการออกแบบการใช้พื้นที่ทางการเกษตรให้คุ้มค่า เปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรผสมผสาน เปลี่ยนการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง มาเป็นปุ๋ยอินทรีย์และสารสกัดจากพืชท้องถิ่น จนเกิดเป็น “โครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า และสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรรม

 

BLCP เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2558 จนถึงปัจจุบัน โดยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนโขดหินมิตรภาพ ชุมชนโขดหิน 2  และชุมชนเขาไผ่ ให้ปรับการทำเกษตรแบบเดิมที่มีการใช้สารเคมีมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้สภาพดินเสื่อมโทรม โรคพืชและโรคแมลงรบกวนทำลายผลิตผลทางการเกษตร  รวมทั้งส่งผลให้สุขภาพร่างกายเกษตรกรไม่แข็งแรง โดยปรับใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง ในพื้นที่ทั้งสิ้น 57 ไร่ ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกษ.9000)  โดยBLCPได้จัดหาวิทยากรมาอบรมให้ความรู้ในหลายเรื่อง เช่น สอนการทำวัสดุบำรุงดิน การสังเกตโรคพืช การทำน้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อบำรุงใบ ดอก ผล ไล่แมลง และรักษาโรคพืช การต่อเชื้อจุลินทรีย์จากราใบไม้สีขาว และการเก็บตัวอย่างดินเพื่อประเมินความอุดม

สมบูรณ์ของดิน

 

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาปรับใช้ในการทำการเกษตรและช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง คืนความมั่นใจและดึงความรู้ตามแบบภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สูญหายไป ให้กลับคืนมาสู่การรับรู้ของเกษตรกร ซึ่งเป็นการสร้างความภูมิใจในท้องถิ่นของตน นอกเหนือไปจากการประสานความเข้าใจระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ทำให้คนต่างรุ่นมีปฏิสัมพันธ์และเปิดใจเรียนรู้จากกันและกันได้มากขึ้น โครงการนี้จึงไม่เพียงแค่จะเป็นการคืนสุขภาวะให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แต่ยังเป็นการสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งให้กับชุมชน  โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ สู่แปลงเกษตรในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และจังหวัดระยอง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าศึกษาดูงาน ณ ที่ทำการศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยติดต่อไปที่ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์โขดหิน-เขาไผ่ คุณสุดา จิตรดล โทร. 095 252 4219

จิรัฏฐ์นนท์ ฐิตะสิริ ระยอง

ปตท. ส่งมอบเครื่องช่วยหายใจสู้วิกฤต COVID-19 ในโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน”

 

ปตท. ส่งมอบเครื่องช่วยหายใจสู้วิกฤต COVID-19 ในโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน”



วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นายวิสุทธิ์ หนูงาม ผู้จัดการฝ่ายบริหารจัดการโรงแยกก๊าซและกิจการเพื่อชุมชน ผู้แทนบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จังหวัดระยอง บริจาคเครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง และเครื่องช่วยหายใจ รวมทั้งงบประมาณการจัดซื้อออกซิเจนเหลวให้กับโรงพยาบาลระยองและโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ระยอง รวมมูลค่า 3 ล้านบาท เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยตามโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน” ที่ ปตท. จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยต่อลมหายใจของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ



โดย ปตท. ขอเป็นพลังร่วมในยามที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญกับ COVID-19 และพร้อมสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้คนไทยและประเทศก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็วที่สุด เพราะเชื่อว่า “เราคนไทยทุกคนล้วนมีลมหายใจเดียวกัน”

จิรัฏฐ์นนท์ จิรัฏฐ์นนท์ ฐิตะสิริ / ระยอง

มารู้จัก “เต่าทะเล” สัตว์โลกล้านปีใกล้วันสูญพันธุ์

มารู้จัก “เต่าทะเล” สัตว์โลกล้านปีใกล้วันสูญพันธุ์



  

“ระยอง” อีกหนึ่งจังหวัดยอดนิยมทางภาคตะวันออกของไทยที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ทุกคนควรมาเยือน ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ, อุทยานแห่งชาติ“เขาแหลมหญ้า” หรือ ทะเลแหวก เกาะมันใน ที่อะเมซิ่งสุดๆ เพราะใครๆ ก็คาดไม่ถึงว่าจะมีทะเลแหวกสวยๆ แบบนี้ในทะเลฝั่งตะวันออกด้วย นอกจากที่เกาะมันในแห่งนี้จะมีทะเลแหวกให้ชมแล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และเป็นสถานที่อนุบาลลูกเต่าทะเลก่อนจะปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งมีทั้งส่วนของอาคารพิพิธภัณฑ์เต่าทะเลไว้ให้ความรู้เรื่องเต่า และบ่อเลี้ยงเต่าช่วงวัยต่างๆ ก่อนจะปล่อยลงสู่ทะเล อย่าลืมแวะมาหาความรู้และชมความน่ารักของเต่าทะเลไทย ที่เกาะมันใน จ.ระยอง



 

เต่าทะเล จัดเป็นสัตว์ประเภทเลื้อยคลานที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ในปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า เต่าทะเลทั่วโลกมีทั้งหมด 8 ชนิด แต่พบในไทยเพียง 5 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวฆ้อน  และเต่ามะเฟือง ซึ่งทั้งหมดถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าในปี พ.ศ.2535 

 

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) เล็งเห็นความสำคัญของความ สัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศทางทะเล รวมทั้งการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากโดยเฉพาะเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์  ดังนั้นในปี 2564 ทาง BLCP จึงได้ริเริ่มการอนุบาลเต่าทะเล โดยเบื้องต้นได้ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง จ.ระยอง สนับสนุนกิจกรรมเต่าทะเล เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 60,000 บาท เพื่อเป็นค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาลเต่า ณ เกาะมันใน จ.ระยอง

 

นอกจากนี้ โรงพยาบาลสัตว์ทะเลหายาก ภายใต้การดูแลของ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก  จัดเป็นสถานดูแลอภิบาลสัตว์ทะเลหายากที่เกยตื้น ไม่ว่าจะเป็นโลมา ปลาวาฬ รวมไปถึงเต่าทะเล โดยสาเหตุจากการเกยตื้นได้แก่ ป่วย, หลงทิศ, กินขยะทะเล และโดนจับด้วยเครื่องมือประมง ทำให้สัตว์ทะเลเหล่านี้บาดเจ็บและป่วย โดยที่สัตว์ทะเลที่เกยตื้นมากที่สุดคือเต่าทะเลนั่นเอง

 

ในปัจจุบันทางโรงพยาบาลสัตว์ทะเลหายาก จ.ระยอง ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ที่สำคัญในการรักษาสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนการปรับปรุงห้องทำงานคุณหมอและห้องปฎิบัติการ การสนับสนุนเครื่อง  Vet state เครื่องชั่งน้ำหนักกันน้ำ ขนาด 300 กิโลกรัม, บ่อพักรักษาสัตว์ขนาดใหญ่ (ขนาด 5,000-6,000 ลิตร) เครื่องตรวจ Blood gas analysis เพื่อวัดปริมาณสารเคมีในเลือดเครื่องตรวจค่าเคมีในเลือด และเครื่องตรวจนับจำนวนเซลล์เม็ดเลือด ดังนั้นหากท่านใดประสงค์จะช่วยเหลือเต่าทะเลและสัตว์ทะเลหายาก สามารถติดต่อได้โดยตรงที่  ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ที่อยู่ 309 ม.1 ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 038-661-693-4

จิรัฎฐ์นนท์ ฐิตะสิริ ระยอง