จังหวัดระยอง

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส3 สนับสนุนเทศบาล ต.บ้านฉาง จัดงานประเพณีลอยกระทงลงทะเล ณ หาดน้ำริน

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส3 สนับสนุนเทศบาล ต.บ้านฉางจัดงานประเพณีลอยกระทงลงทะเล ณ หาดน้ำริน

     วันที่8 พ.ย.65 โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาฯ (PMSC) ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรรมประเพณีลอยกระทงลงทะเล ปี 2565 โดยนายสดุดี สุจริต ผู้จัดการโครงการฯ เป็นผู้มอบ และ นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฉาง และ คณะผู้บริหาร ร่วมรับมอบ ณ หาดน้ำริน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

ทั้งนี้เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชุมชนท้องถิ่น สร้างความรักสามัคคีในท้องถิ่น และ ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งมีการดำเนินการต่อประจำทุกปี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก 

 

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ร่วมประเพญี ทอดกฐิน ณ วัดพลา

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ร่วมประเพญี ทอดกฐิน ณ วัดพลา

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ได้มีพิธีการทอดกฐิน โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้โปรดประทานผ้าพระกฐิน ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นำไปทอดถวาย ณ วัดพลา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

นายพรเทพ ภูริพัฒน์ รองผู้ว่าการฯ สายงานปฏิบัติการ3 พร้อมด้วยผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ พร้อมด้วย โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และ ชุมชน ซึ่งมีพิธีการเชิญผ้าพระกฐินไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดพลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม แสดงความตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา มีหลานหน่วยงานและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก สำหรับ ยอดผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกฐินจำนวน 1,522,007.75 บ บาท เป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามและการสร้างความรักสามัคคีระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน

 

 

โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดซอยคีรี สืบสานประเพณีอันดีงามของชุมชน

โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดซอยคีรี
สืบสานประเพณีอันดีงามของชุมชน

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดซอยคีรี โดย หน่วยงานในโครงการฯ ได้แก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ (PMSC) พร้อมด้วยผู้ประกอบการด้านขนส่ง ร่วมบริจาคทำบุญด้วย ได้แก่ บริษัท MRN บริษัท

VN บริษัท WK และ บริษัท TMA เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นการร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและสร้างความรักความสามัคคีในการอยู่ร่วมกันของชุมชน และหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมในท้องถิ่น

บีแอลซีพีรับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น 11ปีซ้อน

เมื่อวันที่ 31ต.ค.65 ที่ห้องประชุมณ ห้องภักดีศรีสงคราม ศาลากลางจังหวัดระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ให้กับบริษัท บีแอลซีพีเพาเวอร์ จำกัด โดยมีณพงษ์ธวัช แกล้วกล้า ประธานคณะกรรมการสวัสดิการ เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล ซึ่งBLCP ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

BLCP ตระหนักถึงสุขภาพกาย สุขภาพใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มดัชนีความสุข รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงาน อาทิ การดูแลพนักงานในที่อับอากาศหรืองานที่มีความเสี่ยงสูง ให้มีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ในการช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การติดตั้งนั่งร้านที่มีความมั่นคงและปลอดภัยในการปฎิบัติงานทั้งผู้รับเหมาและพนักงาน และยังมีโครงการต่างๆในการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้วยความรู้ด้านโภชนาการเพื่อให้รู้หลักการกินในการลดภาวะอ้วนลงพุง การจัดการความเครียดจากการทำงานโดยจัดให้มีคลินิกปรึกษาจิตแพทย์อย่างต่อเนื่องทุกวัน เป็นต้น

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวคิด ESG ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล (Environment, Social, Governance) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals; SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 3 : Good Health and Well Being ส่งเสริมการทำงานที่ปลอดภัยในบริษัท และเป้าหมายที่ 4 Quality Education สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

บีแอลซีพี ร่วมสร้างสังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จับมือ เทศบาลตำบลเนินพระ  ปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งทะเล จ.ระยอง 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จับมือ เทศบาลตำบลเนินพระ

ปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งทะเล จ.ระยอง

 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด และ บริษัทบริษัท อิตาเลียนไทยดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (ITD) ร่วมจัดงานกับ เทศบาลตำบลเนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมด้วย กลุ่มประมงหาดสุชาดา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และ ประชาชนในพื้นที่ ร่วม โครงการ“ปลูกป่าชายเลน และต้นสนริมทะเล กว่า 2,000 ต้น ณ บริเวณนิมคลองก้นปึก เทศบาลตำบลเนินพระ จ.ระยอง

 

กิจกรรมดังกล่าว มีการกล่าวรายงานการจัดงาน โดย นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด ผู้แทนโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 และ ได้รับเกียรติจาก นายบุญธรรม ใยกล้า นายกเทศบาลตำบลเนินพระ จ.ระยอง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดย มีวัตถุประสงค์ เพื่อ เพื่ออนุรักษ์เป็นแนวป้องกันภัยจากคลื่นลมในฤดูมรสุม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความร่วมมือ ร่วมใจ ในกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดาและ ภาคราชการที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภารรัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคชุมชน ในการพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ จ.ระยอง ให้มีความอุดมสมบูรณ์ยั่งยืนสู่รุ่นลูกหลานต่อไป และเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป …

 

คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง รณรงค์ให้กลุ่มสตรีใส่ใจสุขภาพ ป้องกันตนเองจากโรคอุบัติใหม่ และส่งเสริมปลูกผักสวนครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร

 

คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง รณรงค์ให้กลุ่มสตรีใส่ใจสุขภาพ ป้องกันตนเองจากโรคอุบัติใหม่ และส่งเสริมปลูกผักสวนครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสะพานหิน ม.8 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายกำธร เวหน นายอำเภอเมืองระยอง เป็นประธานเปิดโครงการสตรีเมืองระยองใส่ใจสุขภาพ และป้องกันโรคอุบัติใหม่(รุ่นที่ 3) มีคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล/หมู่บ้าน ตำบลทับมา ตำบลเนินพระ จำนวน 40 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีการบรรยายให้ความรู้และการปลูกพืชผักสวนครัว และสมุนไพร ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง


นางปรานี จิตติรบำรุง ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลทับมา กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และโรคอุบัติใหม่ในปัจจุบัน ประชาชนประสบภาวะวิกฤตหลากหลายมิติ

เช่น ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย การถูกเลิกจ้างงาน ค่าใช้จ่ายคงที่แต่รายได้ครัวเรือนลดลง และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรคอุบัติใหม่ และลดรายจ่ายของครัวเรือนในสถานการณ์ปัจจุบัน คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และป้องกันตนเองจากโรคอุบัติใหม่ อีกทั้งส่งเสริมให้สตรีปลูกผักสวนครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เป็นรูปธรรม…

 

โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลามชาวมาบตาพุด เปิดตำนานการเผาข้าวหลามแบบโบราณ ชุมชนหาดสุชาดา

โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลามชาวมาบตาพุด
เปิดตำนานการเผาข้าวหลามแบบโบราณ ชุมชนหาดสุชาดา

โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดย บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) โดย นายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ และ นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลาม ของชุมชนหาดสุชาดาและกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดา ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญสืบทอดมาแต่โบราณ จะจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 15 ก.พ.2565 และชาวชุมชนจะร่วมใจกันมาช่วยกันเผาข้าวหลามเพื่อที่จะนำข้าวหลามไปทำบุญในวันรุ่งขึ้น คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันพระใหญ่ “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในครั้งอดีตกาลมีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคฤห์ การแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งกล่าวโดยสรุป คือ การพึงปฏิบัติละความชั่วทุกชนิดทำความดีและทำจิตใจให้ผ่องใส จึงเป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของพุทธศาสนา และกิจกรรมประเพณีเผาข้าวหลามในวันนี้มีผู้นำชุมชน ชาวบ้านและหน่วยงานที่สนับสนุนเข้าร่วมจำนวนมาก มีการอนุรักษ์สืบทอดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

 

 

สำหรับประเพณี บุญข้าวหลาม และ การเผาข้าวหลาม จากการถ่ายทอดเรื่องราวความรู้จากผู้นำชุมชน กรรมการชุมชน ชาวชุมชนที่ร่วมจัดกิจกรรม ได้แก่ นายลำเพย แว่วเสียง ประธานชุมชนหาดสุชาดา และประธานกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดา พร้อมด้วย นางศรัญญา แก่นสาร รองประธานชุมชนหาดสุชาดา นางสะอาด สุขเจริญ และ นางอุบล พืชพันธุ์ กรรมการชุมชนและสมาชิกในชุมชน เป็นต้น เรื่องราวนี้เป็นการเปิดตำนานประเพณีประจำถิ่นและที่สำคัญรูปแบบวิธีการการเผาข้าวหลามเป็นกรรมวิธีแบบโบราณทุกขั้นตอน มีรายละเอียด สำคัญดังนี้ การเผาข้าวหลามของชาวชุมชนหาดสุชาดา ขั้นตอนแรกๆ ต้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ วัตถุดิบการทำข้าวหลามได้แก่ ข้าวสารเหนียว มักใช้ข้าวพันธุ์เขี้ยวงูเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เป็นข้าวใหม่เพราะจะหอมและเมล็ดข้าวเมื่อสุกจะนุ่มนิ่มน่ารับประทาน ข้าวสารเหนียวจะต้องมีการแช่เพื่อให้ข้าวพองตัวไม่แข็งเกินไปนิ่มพอประมาณแช่ไว้นาน 2-6 โมง และ เตรียมกะทิ เกลือป่น และถั่วดำ วิธีการคือ การกวนส่วนผสมให้เข้ากัน การคัดเลือกไม้ไผ่ คัดเลือกกระบอกไม้ไผ่ จะตัดเป็นท่อนๆยาว ประมาณ 1 ศอก เป็นป้องป้องมีการคัดเลือกจากลำไม้จากปลายท่อนไผ่ลงมาหาด้านโคนของลำไม้ไผ่ ทั้งนี้ป้องด้านโคนเปลือกมีความหนามากกว่าแก่กว่าและถ้าแก่เกินไปเปลือกจะหนามากเกินไปจะทำการเผาสุกได้ยากไม่ทั่วถึงมักคัดทิ้งไม่นิยมใช้กัน ขั้นตอนต่อมาเมื่อส่วนผสมพร้อมนำข้าวกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้แล้ว

 

จะขนไปฝังดินเตรียมเผาซึ่งจะมีการนำกะทิที่ปรุงแล้วไปหยอดในกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ข้าวเหนียวและถั่วดำอยู่แล้ว (ซึ่งบางอันก็ไม่ได้ใส่ถั่วดำตามความชอบ) มาถึงขั้นตอนการเผา จะมีการจัดเตรียมพื้นที่เป็นแนวยาวเพื่อฝังท่อนไม้ไผ่ที่จะเผาเรียงเป็นแถวตามแนวยาว อาจเป็น 2 แถวหรือ 3 แถว ตามสะดวก ด้านข้างจะเว้นระยะห่างประมาณข้างละ 70 เซ็นติเมตร ไม่ได้เผาไปที่ตัวกระบอกไม้ไผ่หรือใกล้เกินไปเพราะอุณหภูมิสูงร้อนเกินไปจะไหม้ได้ หลังจากนั้นจะก่อไฟบริเวณกองฟืนที่วางไว้ให้ทั่วตลอดแนวเพื่อให้ไอความร้อนส่งไอความร้อนไปที่กระบอกข้าวหลามจนร้อนระอุค่อยๆสุกทีละน้อยต้องคอยสังเกตข้าวจะพองตัวไอความร้อนและมีไอระเหยขึ้นมาควรให้เป็นไฟปานกลางจะพอดี การเผาจึงใช้เวลาถึง 3-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว และ ต้องคอยดูไปให้ไหม้ฟืนอย่างสม่ำเสมอและคอยเขี่ยฟืนที่ไหม้แล้วไฟอ่อนลงให้ชิดใกล้กระบอกข้าวหลามมากขึ้นให้ระดับความร้อนที่พอเหมาะพอดีทำให้ข้าวหลามสุกไปเรื่อยๆจะได้ที่นุ่มหอมกรุ่นพอดี สังเกตที่กะทิบริเวณหัวข้องข้าวหลามจะแห้งไม่เยิ้มหรือเป็นน้ำใสๆจะข้นเหนียวแห้งเป็นอันใช้ได้จะได้ข้าวหลามที่หอมอร่อย ตามการเผาแบบโบราณที่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาเป็นตำนานเผาข้าวหลามสูตรโบราณที่ชาวหาดสุชาดาที่ยังอนุรักษ์ไว้อย่างภาคภูมิใจ จากนั้นลำดับต่อไปเป็นการเตรียมนำข้าวหลามไปทำบุญในวันพรุ่งนี้ 15 ค่ำเดือน 3 วันมาฆบูชา ชาวชุมชนจะไปทำบุญร่วมกันทั้งชุมชนรวมทั้งชุมชนใกล้เคียง เป็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนก่อเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและส่งเสริมสืบทอดประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษและส่งเสริมพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงคุณธรรมพัฒนาจิตใจชาวชุมชน สร้างสรรค์ชุมชนให้อบอุ่นร่มเย็นเป็นวิถีของชุมชน ชาวหาดสุชาดาสืบต่อมาเป็นตำนานของชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดอีกหลายชุมชนที่มีประเพณีนี้เช่นเดียวกัน…

“ม้านิลมังกร”ได้โค้ชแดนปลาดิบเสริมทัพ

สโมสรระยอง เอฟซี ประกาศตั้ง “มาซามิ ทากิ” กุนซือแดนปลาดิบวัย 49 ปี เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม พร้อมกับได้ “โค้ชหนุ่ม”อานนท์ บรรดาศักดิ์ เข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีม เตรียมลุย M-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2 ฤดูกาล 2021/22 ในเลกสอง ตั้งเป้าจะเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นไทยลีก 1 ให้ได้ในเลกสองนี้

ที่อาคาร TSK ปาร์ค อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้จัดการทีมคนใหม่สโมสรระยอง เอฟซี เปิดเผยถึงการสู้ศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2 ฤดูกาล 2021-2022 เลกสองว่า

โดยได้มีการประกาศแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ได้ดึงเอากุนซือ “มาซามิ ทากิ” ชาวญี่ปุ่น วัย 49 ปี เคยผ่านการเป็นโค้ชคุมทีมอย่าง ไทยฮอนด้า และเชียงราย ยูไนเต็ด มาแล้วมาคุมทีมในเลกสองนี้ พร้อมได้ดึงเอาผู้ช่วยโค้ชอย่าง “อานนท์ บรรดาศักดิ์”ที่เคยเป็นมือขวาของ “สเตฟาโน่ คูกูร่า” คุม “เชียงราย ยูไนเต็ด” มาช่วย โดยมีผลงานคือการพา “สมุทรสาคร เอฟซี” คว้าแชมป์ ไทยลีก 3 ในปี 2017 เลื่อนชั้น พร้อมกับคว้ารางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ไทยลีก 3 ในปีนั้น ก่อนย้ายมาคุม “แพร่ ยูไนเต็ด” มาช่วย

สำหรับ “โค้ชทากิ” มาซามิ ทากิ และ “โค้ชหนุ่ม” อานนท์ บรรดาศักดิ์ จะร่วมมือกันนำทัพ “ม้านิลมังกร” ระยอง เอฟซี ลุยเลกสอง ภายใต้เป้าหมายของทีมที่ตั้งไว้ คือเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดให้ได้ในเลกสองนี้ ซึ่งสำหรับตัวผู้เล่นได้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมหลายคน มีจักรกฤษ นิยมสุข จากนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จอ โคโค่ นักเตะสัญชาติพม่า จากแพร่ ยูไนเต็ด ณัฐกฤต ทองนพคุณ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด สหรัฐ รัตนวิจิตร จากสโมสรราชนาวี และเคนโซ่ นัมบุ จากศุลกากร ยูไนเต็ด ผสมผสานกับนักเตะพลังหนุ่มของทีมที่ดันขึ้นสู่ชุดใหญ่อีกหลายคน

ทั้งนี้ สำหรับการแข่งขันในศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือ ไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2021-22 เลกสอง งานแรกเลกสองนี้ของโค้ชชาวญี่ปุ่น จะต้องนำลูกทีม ระยอง เอฟซี ออกไปเยือนเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในวันนี้(9 ม.ค.) เวลา 18.30 น.ก่อนที่ในวันที่ 12 ม.ค.จะเปิดสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง รับการมาเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอลถ้วยในรายการรีโว่ ลีกคัพ 2021-22 รอบ 32 ทีม และลงเล่นไทยลีก 2 นัดที่ 2 โดยเปิดบ้านรับการมาเยือนของแพร่ ยูไนเต็ดในวันที่ 16 ม.ค.เวลา 18.00 น.ทุกนัดที่แข่งขันในบ้านสโมสรฯ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากบ้านพักเด็ก อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าชมการแข่งขันฟรีทุกแมตช์

 

ผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรระยอง เอฟซี ยังเปิดเผยต่อว่า ในแมตช์ที่เปิดบ้านรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในบอลถ้วย ยืนยันว่านักเตะสู้เต็มที่อย่างแน่นอน เพื่อการันตีการเข้ารอบต่อไป และเป็นขวัญกำลังในการแข่งไทยลีก 2 อีกด้วย..

 

BLCPจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 สานพันธกิจเครือข่ายเข้มแข็ง ร่วมกันเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง ประจำปี 2564

 

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 – นายอรัญ ใจตั้ง รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ประธานในพิธีฯ ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ปีละ 9 ครั้ง และต่อเนื่องเป็นปีที่ 19) โดยในปีนี้ BLCP ได้จัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากการแพร่ระบาดของCOVID-19

BLCP ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมืองและอ.บ้านฉางสามัคคี กลุ่มบริษัท จีพีเอสซี, บริษัท เอสซีจี เคมีคอลส์ จำกัด, กลุ่มบริษัท ปตท., สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด, บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด ร่วมกันจัด “พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง” เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เพิ่มศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำในทะเลและชายฝั่ง สร้างอาชีพ รายได้ที่มั่นคง และความยั่งยืนให้กับประชาชนจังหวัดระยอง

 

แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงมีอยู่ แต่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยังดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตามพันธกิจที่มีร่วมกันกับเครือข่ายที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน (ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม)และชุมชนในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศของกิจกรรม สามารถรับชมย้อนหลังผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ ครอบครัวข่าว 3 ระยอง

 

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่มุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเล สร้างสมดุลระบบนิเวศวิทยา และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงโดยรอบอย่างยั่งยืน จำนวนพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเล มี 2 ชนิด คือ กุ้งกุลาดำ จำนวน 300,000 ตัว และลูกไรปูม้า จำนวน 3,500,000 ตัว
โดยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดนี้นำมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน ภายใต้วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมือง และ อ.บ้านฉางสามัคคี

 

BLCP ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน…

THE LIGHTER  THAILAND…

ระยอง​ พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่ม​ 46 ราย พบเสียชีวิต

สถานการณ์​โควิด-19 ระยอง​ พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่ม​ 46 ราย พบเสียชีวิตสะสม 308 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ 45,946 ราย

 

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.64 ศูนย์ปฏิบัติการฯ โควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยองว่า วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตอีกวัน​

ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่พบ 46 ราย พบเสียชีวิตสะสมเพิ่ม 308 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมละลอกใหม่เพิ่มเป็น 45,946 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อใน 5 อำเภอ อยู่ใน อ.เมืองระยอง​ 24 ราย​อ.ปลวกแดง​ และ อ.นิคมพัฒนา​ อำเภ​อ​ละ​ 8 ราย อ.บ้านฉาง​ 2 ราย​ อ.แกลง​ 1 ราย และ​ต่างจังหวัด​เข้า​มา​รับ​การ​รักษา​ตัว​ 3 ราย

​ ส่วนยอดฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ฉีดไปแล้ว 1,476,342 เข็ม ยอดจอง 529,985 คน.

#thelighterthailand #news #thailand #rayong #ระยอง #ข่าว