ข่าววันนี้

SPRC เข้าร่วมงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ระยอง 2565

SPRC เข้าร่วมงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ระยอง 2565 ที่บ้านพลา-อู่ตะเภา

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมโครงการ “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จังหวัดระยอง ปี 2565” จัดขึ้น ณ วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้านพลา-อู่ตะเภา ร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตมาบตาพุด, อำเภอบ้านฉาง, ประมงอำเภอบ้านฉาง, เทศบาลตำบลพลา, วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพลา-อู่ตะเภาสามัคคี, โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี, บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด, บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน), กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง, บริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด, บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด และโรงเรียนวัดพลา โดยได้รับเกียรติจากนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธาน เป็นประธาน ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน และมีจิตอาสา SPRC เข้าร่วมงาน 40 คน

ภายในงานมีการปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำกว่า 2,071,599 ตัว จำแนกตามชนิดพันธุ์ ได้แก่ พ่อปูแม่ปูไข่ 599 ตัว, ลูกไรปู 2,000,000 ตัว, ลูกกุ้ง 70,000 ตัว และหอยหวาน 1,000 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยองและกลุ่มประมงในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับวัตถุประสงค์ของการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้ คือเพื่อสร้างสมดุลให้แก่ระบบนิเวศของท้องทะเลไทยผ่านการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพประมงของประชาชนในเขตพื้นที่ให้มีแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนอีกด้วย

#SPRC #SPRCเคียงข้างสังคม #เพราะระยองคือบ้านของเรา

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส3 สนับสนุนเทศบาล ต.บ้านฉาง จัดงานประเพณีลอยกระทงลงทะเล ณ หาดน้ำริน

โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส3 สนับสนุนเทศบาล ต.บ้านฉางจัดงานประเพณีลอยกระทงลงทะเล ณ หาดน้ำริน

     วันที่8 พ.ย.65 โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาฯ (PMSC) ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรรมประเพณีลอยกระทงลงทะเล ปี 2565 โดยนายสดุดี สุจริต ผู้จัดการโครงการฯ เป็นผู้มอบ และ นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฉาง และ คณะผู้บริหาร ร่วมรับมอบ ณ หาดน้ำริน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

ทั้งนี้เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชุมชนท้องถิ่น สร้างความรักสามัคคีในท้องถิ่น และ ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งมีการดำเนินการต่อประจำทุกปี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก 

 

บีแอลซีพีรับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น 11ปีซ้อน

เมื่อวันที่ 31ต.ค.65 ที่ห้องประชุมณ ห้องภักดีศรีสงคราม ศาลากลางจังหวัดระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ให้กับบริษัท บีแอลซีพีเพาเวอร์ จำกัด โดยมีณพงษ์ธวัช แกล้วกล้า ประธานคณะกรรมการสวัสดิการ เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล ซึ่งBLCP ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

BLCP ตระหนักถึงสุขภาพกาย สุขภาพใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มดัชนีความสุข รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงาน อาทิ การดูแลพนักงานในที่อับอากาศหรืองานที่มีความเสี่ยงสูง ให้มีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ในการช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การติดตั้งนั่งร้านที่มีความมั่นคงและปลอดภัยในการปฎิบัติงานทั้งผู้รับเหมาและพนักงาน และยังมีโครงการต่างๆในการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้วยความรู้ด้านโภชนาการเพื่อให้รู้หลักการกินในการลดภาวะอ้วนลงพุง การจัดการความเครียดจากการทำงานโดยจัดให้มีคลินิกปรึกษาจิตแพทย์อย่างต่อเนื่องทุกวัน เป็นต้น

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวคิด ESG ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล (Environment, Social, Governance) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals; SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 3 : Good Health and Well Being ส่งเสริมการทำงานที่ปลอดภัยในบริษัท และเป้าหมายที่ 4 Quality Education สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

บีแอลซีพี ร่วมสร้างสังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

BLCP คว้ารางวัลสถานประกอบการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2564

23 มีนาคม 2565 – นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ได้เข้ารับรางวัลสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2564 จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เพื่อแสดงให้เห็นว่า BLCP เป็นผู้ประกอบการที่มีหลักการธรรมาภิบาลที่ดี ประกอบด้วย 7 หลัก คือ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งปฎิบัติตามหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความยั่งยืน

BLCP ได้นำหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัติในการประกอบกิจการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยมีนโยบายการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ได้มาตรฐานตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ รวมทั้งจัดทำโครงการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นที่จะประกอบกิจการโดยคำนึงถึงการจัดการด้านมลภาวะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเปิดเผยข้อมูลการจัดการมลภาวะอย่างโปร่งใส ตามแผนการขจัดและลดมลพิษและมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ อย่างยั่งยืน…

THE LIGHTER THAILAND…///

“กองทัพเรือ สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันทะเลระยองอีกครั้ง”

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2565) พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท SPRC รั่วไหลอีกครั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยจัด เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ขึ้นบินนำสารเคมี DASIC international SLICKGONE ไปโปรยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ และได้จัดกำลังพลจาก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) จำนวนผลัดละ 40 นาย เข้าประจำพื้นที่บริเวณหาดแม่รำพึง จ.ระยอง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หากเกิดกรณีคราบน้ำมันที่รั่วไหลมาถึงบริเวณชายหาดอีกครั้ง โดยจะทำการสำรวจบริเวณชายหาดตลอด 24 ชั่วโมง และเก็บขยะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท SPRC ซึ่งกำลังพลกองทัพเรือ ได้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนปฏิบัติการอีกครั้งตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

สำหรับในวันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2565) กำลังพลของกองทัพเรือ และ พนักงานบริษัท บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด มหาชน ระดมกันนำอุปกรณ์ ที่เรียกว่า “โฟม บูม” ( Foam Boom) มาสแตนบายไว้บริเวณริมชายหาดบริเวณ แหลมรุ่งเรือง ตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง โดย “โฟม บูม” เหล่านี้ เตรียมไว้นำออกไปในทะเล บริเวณจุดที่คาดว่า จะพบคราบน้ำมันที่รั่ว และ ลอยอยู่ในทะเลขณะนี้ แม้ที่ผ่านมา เจ้าหน้าจะระดมกันล้อมน้ำมันไว้แล้วก็ตาม เป็นพื้นที่ ประมาณ 0.36 ตารางกิโลเมตร หรือ 225 ไร่ นอกจากนี้ กำลังพลได้ทำความสะอาด เก็บขยะบริเวณหาดร่วมกับเจ้าหน้าที่บริษัทอีกด้วย…


โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ ไม่มีอะไรน่ากังวลและคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็วๆนี้

ที่มา..สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

BLCPจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 สานพันธกิจเครือข่ายเข้มแข็ง ร่วมกันเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง ประจำปี 2564

 

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 – นายอรัญ ใจตั้ง รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ประธานในพิธีฯ ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ปีละ 9 ครั้ง และต่อเนื่องเป็นปีที่ 19) โดยในปีนี้ BLCP ได้จัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากการแพร่ระบาดของCOVID-19

BLCP ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมืองและอ.บ้านฉางสามัคคี กลุ่มบริษัท จีพีเอสซี, บริษัท เอสซีจี เคมีคอลส์ จำกัด, กลุ่มบริษัท ปตท., สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด, บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด ร่วมกันจัด “พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง” เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เพิ่มศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำในทะเลและชายฝั่ง สร้างอาชีพ รายได้ที่มั่นคง และความยั่งยืนให้กับประชาชนจังหวัดระยอง

 

แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงมีอยู่ แต่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยังดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตามพันธกิจที่มีร่วมกันกับเครือข่ายที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน (ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม)และชุมชนในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศของกิจกรรม สามารถรับชมย้อนหลังผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ ครอบครัวข่าว 3 ระยอง

 

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่มุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเล สร้างสมดุลระบบนิเวศวิทยา และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงโดยรอบอย่างยั่งยืน จำนวนพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเล มี 2 ชนิด คือ กุ้งกุลาดำ จำนวน 300,000 ตัว และลูกไรปูม้า จำนวน 3,500,000 ตัว
โดยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดนี้นำมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน ภายใต้วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมือง และ อ.บ้านฉางสามัคคี

 

BLCP ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน…

THE LIGHTER  THAILAND…

ระยอง​ พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่ม​ 46 ราย พบเสียชีวิต

สถานการณ์​โควิด-19 ระยอง​ พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่ม​ 46 ราย พบเสียชีวิตสะสม 308 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ 45,946 ราย

 

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.64 ศูนย์ปฏิบัติการฯ โควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยองว่า วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตอีกวัน​

ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่พบ 46 ราย พบเสียชีวิตสะสมเพิ่ม 308 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมละลอกใหม่เพิ่มเป็น 45,946 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อใน 5 อำเภอ อยู่ใน อ.เมืองระยอง​ 24 ราย​อ.ปลวกแดง​ และ อ.นิคมพัฒนา​ อำเภ​อ​ละ​ 8 ราย อ.บ้านฉาง​ 2 ราย​ อ.แกลง​ 1 ราย และ​ต่างจังหวัด​เข้า​มา​รับ​การ​รักษา​ตัว​ 3 ราย

​ ส่วนยอดฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ฉีดไปแล้ว 1,476,342 เข็ม ยอดจอง 529,985 คน.

#thelighterthailand #news #thailand #rayong #ระยอง #ข่าว

 

น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศธรรมชาติ “LUFFALA”  ดีต่อใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม

          น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศธรรมชาติ “LUFFALA” ดีต่อใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม     นับถอยหลังอีกเพียง 1 เดือนก็จะเข้าสู่เทศกาลต้อนรับปีใหม่ (พ.ศ.2565 )ที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอย ไม่เพียงเพราะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย แต่นี่คือช่วงเวลาดีๆ ที่จะมอบ  “ของขวัญ” แทนความรักความห่วงใยให้แก่กัน แต่จะดีกว่าไหม? หาก “ของขวัญ” ที่เราจัดหาเพื่อมอบให้ตนเองหรือคนสำคัญนั้นได้ส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น

         โดยเฉพาะในยามที่คนไทยยังคงเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ของชุมชนจำนวนไม่น้อยถ้องถดถอยลงไป    แบรนด์ LUFFALA เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ต้อนรับปีใหม่ LUFFALA Room Diffuser: Recreation Series น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ  ผลิตภัณฑ์แห่งความภูมิใจของวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ จ.ระยอง ที่ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด และ GC สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก      Room Diffuser Product หรือ น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ จากสารสกัดธรรมชาติ 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Rain (สะระแหน่) Soil (จิงจูฉ่าย) Tree (ว่านสาวหลง) และ Sun (เร่วหอม) ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนเขาห้วยมะหาด จังหวัดระยอง และสร้างการรับรู้ ให้ทุกคนหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดให้ยังคงอยู่

 

โดยนำพืชสมุนไพรที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ (organic) จากกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด ได้แก่ สะระแหน่,ว่านสาวหลง,จิงจูฉ่าย และเร่วหอม มาสกัดปรุงกลิ่นจนที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะของ “LUFFALA Recreation Series”    ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคำนึงถึงความยั่งยืน เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  โดยต้นน้ำเริ่มจากการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ สะระแหน่ ว่านสาวหลง จิงจูฉ่าย และ เร่วหอม ด้วยวิถีอินทรีย์ภายใต้โครงการ ​Rayong​​  Organic Living​​ ​​และต่อยอดการควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกด้วยแนวคิด Smart farming เพื่อให้ได้ต้นสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงสุด ก่อนนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะ ว่านสาวหลง และ เร่วหอม พืชประจำถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์     ส่วนปลายน้ำ คือการนำพืชสมุนไพรมาต่อยอดเป็น Room Diffuser หรือน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ โดยวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา สกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรออร์แกนิกและนำมาผสานเข้ากับนวัตกรรมตัวสารทำละลายจากธรรมชาติ (Green Solvent) ของ GC และปรุงกลิ่นจนเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของลุฟฟาลา ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้มีความโดดเด่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดีต่อใจ เพราะนอกจากจะให้ความผ่อนคลายแล้ว ยังรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยสนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลิ่น บรรจุขวดขนาด 100 ML ราคา 650 บาทต่อขวด ใช้ได้ยาวนานมากกว่า 45 วัน     หากมองย้อนกลับไปถึงการกำเนิดชุมชนต้นแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2553 กลุ่มแม่บ้านชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง ได้รวมตัวกัน มุ่งมั่นจะสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว สอดคล้องกับความตั้งใจของ GC ที่ต้องการสร้างชุมชนระยองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชนอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาสนับสนุน ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยได้สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวจากสารสกัดสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ผักบุ้งทะเล และมะหาด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แรก คือ สบู่ใยบวบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ LUFFALA ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส LUFFA แปลว่า ใยบวบ และ LA หมายถึง ผู้หญิง รวมกันเป็น LUFFALA นั่นเอง ซึ่งก็ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาในปี 2554 และเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา     ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ LUFFALA มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ให้ความใส่ใจกับสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยขึ้นภายใต้แบรนด์ LUFFALA HYGIENE ตัวอย่างเช่น สบู่เหลวล้างมืออนามัย สูตรลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งส่วนประกอบกรีเซอรีนคุณภาพสูง และสารสกัดจากผักบุ้งทะเลช่วยฟื้นบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และสเปรย์แอลกอฮอล์ เจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดมือ เป็นต้น       ความสำเร็จของแบรนด์ “LUFFALA” ได้ตอกย้ำว่าเมืองระยองไม่ได้มีแค่ภาพของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายจากทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ภาคเกษตรสามารถที่จะอยู่เคียงคู่เมืองอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน คงเอกลักษณ์ของสมุนไพร และพืชผลไม้ ที่มีชื่อเสียงให้ดำรงสืบต่อไปได้ ด้วยการร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถที่ไม่ละทิ้งวิถีดั้งเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยแนวคิดและนวัตกรรมในการสร้างคุณค่าอันจะนำมาต่อรายได้ที่สูงขึ้นเพียงพอให้ชุมชนได้พึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง    ปีใหม่ที่จะมาถึงนี้เราจึงหวังว่าผลิตภัณฑ์จาก ลุฟฟาลา (LUFFALA) จะเป็นตัวแทนส่งมอบของขวัญที่ดีที่สุดต่อใจที่ไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงคุณค่าในการรักษาไว้ ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยและส่งต่อรายได้ให้กับชุมชนเพื่อก้าวสู่สังคมไทยที่เข้มแข็ง สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ตามช่องทางต่อไปนี้1. LUFFALA Boutique Shop มาบตาพุด จังหวัดระยองFACEBOOK : LUFFALA_OFFICIALLINE: @LUFFALAShopee: LUFFALA_OFFICIAL2. ร้านGC Circular Living Shop By CSC  สาขาเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ชั้น 1สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โซน MUNx2 ชั้น 2LINE: @gccircularwww.gccircularlivingshop.com3. ร้านเดอะ Gallery สาขาไอคอนสยาม ชั้น UG สาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น G #ชุมชนเข้มแข็ง#Luffala #Chemistryforbetterlivingน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศธรรมชาติ “LUFFALA” ดีต่อใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม     นับถอยหลังอีกเพียง 1 เดือนก็จะเข้าสู่เทศกาลต้อนรับปีใหม่ (พ.ศ.2565 )ที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอย ไม่เพียงเพราะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย แต่นี่คือช่วงเวลาดีๆ ที่จะมอบ  “ของขวัญ” แทนความรักความห่วงใยให้แก่กัน แต่จะดีกว่าไหม? หาก “ของขวัญ” ที่เราจัดหาเพื่อมอบให้ตนเองหรือคนสำคัญนั้นได้ส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในยามที่คนไทยยังคงเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ของชุมชนจำนวนไม่น้อยถ้องถดถอยลงไป    แบรนด์ LUFFALA เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ต้อนรับปีใหม่ LUFFALA Room Diffuser: Recreation Series น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ  ผลิตภัณฑ์แห่งความภูมิใจของวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ จ.ระยอง ที่ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด และ GC สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก      Room Diffuser Product หรือ น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ จากสารสกัดธรรมชาติ 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Rain (สะระแหน่) Soil (จิงจูฉ่าย) Tree (ว่านสาวหลง) และ Sun (เร่วหอม) ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนเขาห้วยมะหาด จังหวัดระยอง และสร้างการรับรู้ ให้ทุกคนหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดให้ยังคงอยู่ โดยนำพืชสมุนไพรที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ (organic) จากกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด ได้แก่ สะระแหน่,ว่านสาวหลง,จิงจูฉ่าย และเร่วหอม มาสกัดปรุงกลิ่นจนที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะของ “LUFFALA Recreation Series”    ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคำนึงถึงความยั่งยืน เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  โดยต้นน้ำเริ่มจากการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ สะระแหน่ ว่านสาวหลง จิงจูฉ่าย และ เร่วหอม ด้วยวิถีอินทรีย์ภายใต้โครงการ ​Rayong​​  Organic Living​​ ​​และต่อยอดการควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกด้วยแนวคิด Smart farming เพื่อให้ได้ต้นสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงสุด ก่อนนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะ ว่านสาวหลง และ เร่วหอม พืชประจำถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์     ส่วนปลายน้ำ คือการนำพืชสมุนไพรมาต่อยอดเป็น Room Diffuser หรือน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ โดยวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา สกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรออร์แกนิกและนำมาผสานเข้ากับนวัตกรรมตัวสารทำละลายจากธรรมชาติ (Green Solvent) ของ GC และปรุงกลิ่นจนเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของลุฟฟาลา ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้มีความโดดเด่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดีต่อใจ เพราะนอกจากจะให้ความผ่อนคลายแล้ว ยังรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยสนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลิ่น บรรจุขวดขนาด 100 ML ราคา 650 บาทต่อขวด ใช้ได้ยาวนานมากกว่า 45 วัน     หากมองย้อนกลับไปถึงการกำเนิดชุมชนต้นแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2553 กลุ่มแม่บ้านชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง ได้รวมตัวกัน มุ่งมั่นจะสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว สอดคล้องกับความตั้งใจของ GC ที่ต้องการสร้างชุมชนระยองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชนอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาสนับสนุน ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยได้สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวจากสารสกัดสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ผักบุ้งทะเล และมะหาด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แรก คือ สบู่ใยบวบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ LUFFALA ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส LUFFA แปลว่า ใยบวบ และ LA หมายถึง ผู้หญิง รวมกันเป็น LUFFALA นั่นเอง ซึ่งก็ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาในปี 2554 และเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา     ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ LUFFALA มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ให้ความใส่ใจกับสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยขึ้นภายใต้แบรนด์ LUFFALA HYGIENE ตัวอย่างเช่น สบู่เหลวล้างมืออนามัย สูตรลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งส่วนประกอบกรีเซอรีนคุณภาพสูง และสารสกัดจากผักบุ้งทะเลช่วยฟื้นบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และสเปรย์แอลกอฮอล์ เจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดมือ เป็นต้น      

          ความสำเร็จของแบรนด์ “LUFFALA” ได้ตอกย้ำว่าเมืองระยองไม่ได้มีแค่ภาพของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายจากทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ภาคเกษตรสามารถที่จะอยู่เคียงคู่เมืองอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน คงเอกลักษณ์ของสมุนไพร และพืชผลไม้ ที่มีชื่อเสียงให้ดำรงสืบต่อไปได้ ด้วยการร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถที่ไม่ละทิ้งวิถีดั้งเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยแนวคิดและนวัตกรรมในการสร้างคุณค่าอันจะนำมาต่อรายได้ที่สูงขึ้นเพียงพอให้ชุมชนได้พึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง    ปีใหม่ที่จะมาถึงนี้เราจึงหวังว่าผลิตภัณฑ์จาก ลุฟฟาลา (LUFFALA) จะเป็นตัวแทนส่งมอบของขวัญที่ดีที่สุดต่อใจที่ไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงคุณค่าในการรักษาไว้ ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยและส่งต่อรายได้ให้กับชุมชนเพื่อก้าวสู่สังคมไทยที่เข้มแข็ง

       สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ตามช่องทางต่อไปนี้1. LUFFALA Boutique Shop มาบตาพุด จังหวัดระยองFACEBOOK : LUFFALA_OFFICIALLINE: @LUFFALAShopee: LUFFALA_OFFICIAL2. ร้านGC Circular Living Shop By CSC  สาขาเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ชั้น 1สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โซน MUNx2 ชั้น 2LINE: @gccircularwww.gccircularlivingshop.com3. ร้านเดอะ Gallery สาขาไอคอนสยาม ชั้น UG สาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น G

#ชุมชนเข้มแข็ง#Luffala #Chemistryforbetterliving

ระยอง ยังคงมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงต่อเนื่อง วันนี้พบรายใหม่ทะลุ 100 ราย พบมากสุดใน อ.ปลวกแดง 39 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 14 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 2,728 ราย

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.64 ศูนย์ปฏิบัติการฯโควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยองว่า วันนี้ยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงต่อเนื่อง โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 118 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 14 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.- 15 ก.ค.64 จำนวน 2,728 ราย รักษาหายแล้ว 1,478 ราย กำลังอยู่ระหว่างรักษา 1,686 ราย มีการค้นหาเชิงรุก 82,654 ราย มีกลุ่มที่ได้รับการกักตัวใน LQ และ HQ จำนวน 787 ราย และกักตัวที่บ้าน 1,889 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อใน 7 อำเภอของจังหวัดระยอง อยู่ใน อ.ปลวกแดง 39 ราย อ.เมืองระยอง 25 ราย อ.บ้านค่าย  อ.นิคมพัฒนา อำเภอละ 12 ราย อ.บ้านฉาง 8 ราย อ.แกลง 6 ราย อ.วังจันทร์ 4 ราย และต่างจังหวัดเข้ามารักษาตัว 12 ราย ผู้ที่ไปในพื้นที่หรือสถานที่เสี่ยงให้ไปรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน และจุดตรวจคัดกรองตลาดเนินอุไร สวนศรีเมือง อ.เมืองระยอง

 

ทั้งจังหวัดระยอง มีการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ไปแล้ว 135,818 เข็ม มียอดจองฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไป 160,481 ราย…

The Lighter Thailand News Bureau…//

สถานการณ์โควิด-19 ระยอง วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 8 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,008 ราย

สถานการณ์โควิด-19 ระยอง วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 8 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,008 ราย

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.64 ศูนย์ปฏิบัติการฯโควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยองว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 8 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.- 6 มิ.ย.64 แตะ 1,008 ราย รักษาหายแล้ว 873 ราย มีการค้นหาเชิงรุก 43,577 ราย มีกลุ่มที่ได้รับการกักตัวใน LQ และ HQ จำนวน 1,051 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบใน 5 อำเภอ อยู่ใน อ.เมืองระยอง 3 ราย อ.บ้านค่าย 2 ราย อ.ปลกแดง อ.นิคมพัฒนา และอ.วังจันทร์ พบอำเภอละ 1 ราย โดยความเชื่อมโยงของผู้ป่วยรายใหม่ดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ บุคคลในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน

ทั้งจังหวัดระยอง แจ้งว่าประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 7 กลุ่มโรค ที่ได้รับนัดหมายให้ไปรับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 จะไม่มีการยกเลิกการจองแต่อย่างใด จะได้รับการฉีดวัคซีนทุกคน ที่ รพ.ในพื้นที่ที่ทุกคนได้ลงทะเบียนไว้ ระหว่างวันที่ 7-21 มิ.ย.นี้…

https://www.facebook.com/101761971789004/posts/214371317194735/

จิรัฏฐ์นนท์ ฐิตะสิริ จ.ระยอง รายงาน