ข่าว

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีร่วมกิจกรรมปลูกไม้หายากในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ ณ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง

วันที่ 10 ธันวาคม 2564 – คุณยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ร่วมกิจกรรมปลูกไม้หายากในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ณ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ กรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมครั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำโครงการปลูกไม้หายากในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติสวนพฤกษศาสตร์ระยองขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์พรรณไม้ที่สำคัญให้คงอยู่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในท้องถิ่น เพื่อให้พื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติได้รับการอนุรักษ์ ดูแลรักษา และคงความอุดมสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยให้คงอยู่ตลอดไป

โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 50 คนตามมาตรการเว้นระยะห่างในช่วงโควิด-19บีแอลซีพี ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน…

#thelighterthailand #news #thailand #rayong #ระยอง #ข่าว

ทต.มะขามคู่ จัดกิจกรรมจิตอาสาปรับภูมิทัศสวนสาธารณะ

เมื่อวันที่ 03 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น. บริเวณอ่างเก็บน้ำสวนสาธารณะหมู่ 1 ตำบลมะขามคู่ นายอมรเทพ เล็กโล่ง นายกเทศบาลตำบลมะขามคู่ เป็นประธานเปิดกรวยพร้อมถวายพานพุ่มด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เพื่อน้อมลำรึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม พร้อมเป็นประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่อ่างเก็บน้ำ ภายในเนื้อที่กว่า 30 ไร่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานเทศบาล ร่วมงานโดยทุกคนร่วมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองผ้าพันคอสีเหลืองและหมวกสีฟ้าซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโดยรอบสวนสาธารณะ

นายกอมรเทพกล่าวว่า สวนสาธารณะ ซอย9 หรือสวนสาธารณะ Health Park เดิมเป็นสระน้ำดิบของระบบประปาหมู่บ้านต่อมาระบบประปาได้ถูกโอนถ่ายไปให้การประปาภูมิภาคบริหารจัดการสระน้ำแห่งนี้จึงถูกทิ้งรกร้างเมื่อเทศบาลมีโครงการจัดทำสวนสาธารณะสำหรับให้ประชาชนได้ออกกำลงักายจึงได้เข้ามาดำเนินการปรับภูมทัศเสียใหม่มีการจัดหาเครื่องออกกำลังกายมาวาง จัดทำทางเดิน-วิ่งออกกำลังกาย ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างโดยใช้แผงโซล่าเซล วันนี้สวนสาธารณะ Health Park พร้อมแล้วที่จะต้อนรับพี่น้องประชาชนที่ลักและชอบการออกกำลังกาย

กฤตภาส แตงเพชร์ ระยอง

 

น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศธรรมชาติ “LUFFALA”  ดีต่อใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม

          น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศธรรมชาติ “LUFFALA” ดีต่อใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม     นับถอยหลังอีกเพียง 1 เดือนก็จะเข้าสู่เทศกาลต้อนรับปีใหม่ (พ.ศ.2565 )ที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอย ไม่เพียงเพราะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย แต่นี่คือช่วงเวลาดีๆ ที่จะมอบ  “ของขวัญ” แทนความรักความห่วงใยให้แก่กัน แต่จะดีกว่าไหม? หาก “ของขวัญ” ที่เราจัดหาเพื่อมอบให้ตนเองหรือคนสำคัญนั้นได้ส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น

         โดยเฉพาะในยามที่คนไทยยังคงเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ของชุมชนจำนวนไม่น้อยถ้องถดถอยลงไป    แบรนด์ LUFFALA เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ต้อนรับปีใหม่ LUFFALA Room Diffuser: Recreation Series น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ  ผลิตภัณฑ์แห่งความภูมิใจของวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ จ.ระยอง ที่ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด และ GC สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก      Room Diffuser Product หรือ น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ จากสารสกัดธรรมชาติ 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Rain (สะระแหน่) Soil (จิงจูฉ่าย) Tree (ว่านสาวหลง) และ Sun (เร่วหอม) ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนเขาห้วยมะหาด จังหวัดระยอง และสร้างการรับรู้ ให้ทุกคนหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดให้ยังคงอยู่

 

โดยนำพืชสมุนไพรที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ (organic) จากกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด ได้แก่ สะระแหน่,ว่านสาวหลง,จิงจูฉ่าย และเร่วหอม มาสกัดปรุงกลิ่นจนที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะของ “LUFFALA Recreation Series”    ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคำนึงถึงความยั่งยืน เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  โดยต้นน้ำเริ่มจากการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ สะระแหน่ ว่านสาวหลง จิงจูฉ่าย และ เร่วหอม ด้วยวิถีอินทรีย์ภายใต้โครงการ ​Rayong​​  Organic Living​​ ​​และต่อยอดการควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกด้วยแนวคิด Smart farming เพื่อให้ได้ต้นสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงสุด ก่อนนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะ ว่านสาวหลง และ เร่วหอม พืชประจำถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์     ส่วนปลายน้ำ คือการนำพืชสมุนไพรมาต่อยอดเป็น Room Diffuser หรือน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ โดยวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา สกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรออร์แกนิกและนำมาผสานเข้ากับนวัตกรรมตัวสารทำละลายจากธรรมชาติ (Green Solvent) ของ GC และปรุงกลิ่นจนเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของลุฟฟาลา ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้มีความโดดเด่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดีต่อใจ เพราะนอกจากจะให้ความผ่อนคลายแล้ว ยังรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยสนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลิ่น บรรจุขวดขนาด 100 ML ราคา 650 บาทต่อขวด ใช้ได้ยาวนานมากกว่า 45 วัน     หากมองย้อนกลับไปถึงการกำเนิดชุมชนต้นแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2553 กลุ่มแม่บ้านชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง ได้รวมตัวกัน มุ่งมั่นจะสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว สอดคล้องกับความตั้งใจของ GC ที่ต้องการสร้างชุมชนระยองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชนอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาสนับสนุน ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยได้สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวจากสารสกัดสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ผักบุ้งทะเล และมะหาด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แรก คือ สบู่ใยบวบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ LUFFALA ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส LUFFA แปลว่า ใยบวบ และ LA หมายถึง ผู้หญิง รวมกันเป็น LUFFALA นั่นเอง ซึ่งก็ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาในปี 2554 และเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา     ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ LUFFALA มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ให้ความใส่ใจกับสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยขึ้นภายใต้แบรนด์ LUFFALA HYGIENE ตัวอย่างเช่น สบู่เหลวล้างมืออนามัย สูตรลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งส่วนประกอบกรีเซอรีนคุณภาพสูง และสารสกัดจากผักบุ้งทะเลช่วยฟื้นบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และสเปรย์แอลกอฮอล์ เจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดมือ เป็นต้น       ความสำเร็จของแบรนด์ “LUFFALA” ได้ตอกย้ำว่าเมืองระยองไม่ได้มีแค่ภาพของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายจากทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ภาคเกษตรสามารถที่จะอยู่เคียงคู่เมืองอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน คงเอกลักษณ์ของสมุนไพร และพืชผลไม้ ที่มีชื่อเสียงให้ดำรงสืบต่อไปได้ ด้วยการร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถที่ไม่ละทิ้งวิถีดั้งเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยแนวคิดและนวัตกรรมในการสร้างคุณค่าอันจะนำมาต่อรายได้ที่สูงขึ้นเพียงพอให้ชุมชนได้พึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง    ปีใหม่ที่จะมาถึงนี้เราจึงหวังว่าผลิตภัณฑ์จาก ลุฟฟาลา (LUFFALA) จะเป็นตัวแทนส่งมอบของขวัญที่ดีที่สุดต่อใจที่ไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงคุณค่าในการรักษาไว้ ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยและส่งต่อรายได้ให้กับชุมชนเพื่อก้าวสู่สังคมไทยที่เข้มแข็ง สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ตามช่องทางต่อไปนี้1. LUFFALA Boutique Shop มาบตาพุด จังหวัดระยองFACEBOOK : LUFFALA_OFFICIALLINE: @LUFFALAShopee: LUFFALA_OFFICIAL2. ร้านGC Circular Living Shop By CSC  สาขาเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ชั้น 1สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โซน MUNx2 ชั้น 2LINE: @gccircularwww.gccircularlivingshop.com3. ร้านเดอะ Gallery สาขาไอคอนสยาม ชั้น UG สาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น G #ชุมชนเข้มแข็ง#Luffala #Chemistryforbetterlivingน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศธรรมชาติ “LUFFALA” ดีต่อใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม     นับถอยหลังอีกเพียง 1 เดือนก็จะเข้าสู่เทศกาลต้อนรับปีใหม่ (พ.ศ.2565 )ที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอย ไม่เพียงเพราะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย แต่นี่คือช่วงเวลาดีๆ ที่จะมอบ  “ของขวัญ” แทนความรักความห่วงใยให้แก่กัน แต่จะดีกว่าไหม? หาก “ของขวัญ” ที่เราจัดหาเพื่อมอบให้ตนเองหรือคนสำคัญนั้นได้ส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในยามที่คนไทยยังคงเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ของชุมชนจำนวนไม่น้อยถ้องถดถอยลงไป    แบรนด์ LUFFALA เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ต้อนรับปีใหม่ LUFFALA Room Diffuser: Recreation Series น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ  ผลิตภัณฑ์แห่งความภูมิใจของวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ จ.ระยอง ที่ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด และ GC สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก      Room Diffuser Product หรือ น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ จากสารสกัดธรรมชาติ 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Rain (สะระแหน่) Soil (จิงจูฉ่าย) Tree (ว่านสาวหลง) และ Sun (เร่วหอม) ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนเขาห้วยมะหาด จังหวัดระยอง และสร้างการรับรู้ ให้ทุกคนหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดให้ยังคงอยู่ โดยนำพืชสมุนไพรที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ (organic) จากกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด ได้แก่ สะระแหน่,ว่านสาวหลง,จิงจูฉ่าย และเร่วหอม มาสกัดปรุงกลิ่นจนที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะของ “LUFFALA Recreation Series”    ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคำนึงถึงความยั่งยืน เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  โดยต้นน้ำเริ่มจากการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ สะระแหน่ ว่านสาวหลง จิงจูฉ่าย และ เร่วหอม ด้วยวิถีอินทรีย์ภายใต้โครงการ ​Rayong​​  Organic Living​​ ​​และต่อยอดการควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกด้วยแนวคิด Smart farming เพื่อให้ได้ต้นสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงสุด ก่อนนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะ ว่านสาวหลง และ เร่วหอม พืชประจำถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์     ส่วนปลายน้ำ คือการนำพืชสมุนไพรมาต่อยอดเป็น Room Diffuser หรือน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ โดยวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา สกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรออร์แกนิกและนำมาผสานเข้ากับนวัตกรรมตัวสารทำละลายจากธรรมชาติ (Green Solvent) ของ GC และปรุงกลิ่นจนเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของลุฟฟาลา ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้มีความโดดเด่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดีต่อใจ เพราะนอกจากจะให้ความผ่อนคลายแล้ว ยังรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยสนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลิ่น บรรจุขวดขนาด 100 ML ราคา 650 บาทต่อขวด ใช้ได้ยาวนานมากกว่า 45 วัน     หากมองย้อนกลับไปถึงการกำเนิดชุมชนต้นแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2553 กลุ่มแม่บ้านชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง ได้รวมตัวกัน มุ่งมั่นจะสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว สอดคล้องกับความตั้งใจของ GC ที่ต้องการสร้างชุมชนระยองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชนอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาสนับสนุน ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยได้สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวจากสารสกัดสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ผักบุ้งทะเล และมะหาด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แรก คือ สบู่ใยบวบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ LUFFALA ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส LUFFA แปลว่า ใยบวบ และ LA หมายถึง ผู้หญิง รวมกันเป็น LUFFALA นั่นเอง ซึ่งก็ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาในปี 2554 และเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา     ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ LUFFALA มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ให้ความใส่ใจกับสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยขึ้นภายใต้แบรนด์ LUFFALA HYGIENE ตัวอย่างเช่น สบู่เหลวล้างมืออนามัย สูตรลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งส่วนประกอบกรีเซอรีนคุณภาพสูง และสารสกัดจากผักบุ้งทะเลช่วยฟื้นบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และสเปรย์แอลกอฮอล์ เจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดมือ เป็นต้น      

          ความสำเร็จของแบรนด์ “LUFFALA” ได้ตอกย้ำว่าเมืองระยองไม่ได้มีแค่ภาพของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายจากทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ภาคเกษตรสามารถที่จะอยู่เคียงคู่เมืองอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน คงเอกลักษณ์ของสมุนไพร และพืชผลไม้ ที่มีชื่อเสียงให้ดำรงสืบต่อไปได้ ด้วยการร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถที่ไม่ละทิ้งวิถีดั้งเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยแนวคิดและนวัตกรรมในการสร้างคุณค่าอันจะนำมาต่อรายได้ที่สูงขึ้นเพียงพอให้ชุมชนได้พึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง    ปีใหม่ที่จะมาถึงนี้เราจึงหวังว่าผลิตภัณฑ์จาก ลุฟฟาลา (LUFFALA) จะเป็นตัวแทนส่งมอบของขวัญที่ดีที่สุดต่อใจที่ไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงคุณค่าในการรักษาไว้ ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยและส่งต่อรายได้ให้กับชุมชนเพื่อก้าวสู่สังคมไทยที่เข้มแข็ง

       สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ตามช่องทางต่อไปนี้1. LUFFALA Boutique Shop มาบตาพุด จังหวัดระยองFACEBOOK : LUFFALA_OFFICIALLINE: @LUFFALAShopee: LUFFALA_OFFICIAL2. ร้านGC Circular Living Shop By CSC  สาขาเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ชั้น 1สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โซน MUNx2 ชั้น 2LINE: @gccircularwww.gccircularlivingshop.com3. ร้านเดอะ Gallery สาขาไอคอนสยาม ชั้น UG สาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น G

#ชุมชนเข้มแข็ง#Luffala #Chemistryforbetterliving

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบบ้านครอบครัวคนพิการประสานดำเนินการ​โดย มูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ ระยอง

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ตามโครงการ “สภาสังคมสงเคราะห์ 55 ปี ใต้ร่มพระบารมี” โดยทุนสนับสนุนสงเคราะห์สร้างบ้านคนพิการจังหวัดระยอง ประสานดำเนินการ​โดยมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ

              เมื่อเวลา 13.30 น.(23พ.ย.64) ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแกลง นายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้เกียรติเป็นประธานการส่งมอบบ้านเพื่อครอบครัวคนพิการจังหวัดระยอง โดยมี นายสายรุ้ง วิยะบุญ ประธานกรรมการมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอแกลง นางจีรยดา ธรรมบุษดี นักสังคมสงเคราะห์ชํานาญการผู้อํานวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดระยอง  นายพายัพ ผ่องใส สมาชิกสภาองค์การบริหารจังหวัดระยอง ผู้นําท้องถิ่น และผู้พิการร่วมเข้ารับมอบ

นายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองมีองค์กรคนพิการที่เข้มแข็ง ทั้งยัง เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ที่สามารถทำประโยชน์ให้กับจังหวัดระยองได้อย่างแท้จริง จากการประสานการสนับสนุนทุนสงเคราะห์การซ่อมและสร้างบ้านให้กับครอบครัวคนพิการจังหวัดระยอง กับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโครงการ“สภาสังคมสงเคราะห์ 55 ปี ใต้ร่มพระบารมี” ให้กับครอบครัวผู้พิการในจังหวัดระยองครั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะด้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่เป็นการดูแลจิตใจของคนทั้งครอบครัว เพราะความสำคัญของบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จําเป็นของคนเราเป็นที่อยู่ที่ให้ความปลอดภัย เป็นศูนย์รวมของสมาชิกทุกคน เป็นส่วนหนึ่งในชุมชน และเป็นรากฐานของสังคม

ทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนได้รับการดูแลจากสังคมองค์รวม ต้องขอขอบคุณ คณะทำงานของมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ และขอขอบคุณหน่วยงานราชการท้องถิ่น และผู้นําท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ที่ได้อํานวยความสะดวกให้โครงการนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ขอแสดงความยินดีอย่างจริงใจกับครอบครัวผู้พิการทั้ง 10 ครอบครัว ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการนี้ หวังว่าท่านจะเป็นกําลังสำคัญในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองตัวอย่างที่ดีแก่ครอบครัวผู้พิการในจังหวัดระยองดำรงอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังความดีงาม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเข้มแข็ง ตลอดจนทำประโยชน์ต่อส่วนรวมในจังหวัดระยองและประเทศชาติต่อไป

สำหรับการส่งมอบบ้านเพื่อครอบครัวคนพิการจังหวัดระยอง โดยทุนสนับสนุนสงเคราะห์จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพ ประสิทธิภาพ มาตรฐานด้านส่งเสริมสุขภาพ การประกอบอาชีพ การศึกษา ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต การเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ สร้างเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่คนพิการทุกประเภทและผู้ด้อยโอกาส สนับสนุนและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่องค์กรและเครือข่ายคนพิการทุกประเภท ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์และเพื่อการกุศลหรือสังคมสงเคราะห์ซึ่งมีเครือข่ายทั้ง 4 อำเภอในจังหวัดระยอง

โดยในปี 2564 นี้ ได้การสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามโครงการ “สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 55 ปี ใต้ร่มพระบารมี” ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ส่งเสริม สนับสนุน ป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนาสังคม ดำเนินการซ่อมแซมและสร้างบ้านให้กับครอบครัวคนพิการ จำนวน 10 หลังคาเรือนในพื้นที่จังหวัดระยอง ได้แก่ อำเภอเขาชะเมา จำนวน 1 หลังคาเรือน อำเภอแกลง จำนวน 7 หลังคาเรือน อำเภอเมือง จำนวน 1 หลังคาเรือน อำเภอบ้านฉาง จำนวน 1 หลังคาเรือน

The Lighter Thailand…//

โครงการท่าเรือฯ มาบตาพุด เฟส 3 สนับสนุน เทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดกิจกรรม วันลอยกระทง ปี 2564

โครงการท่าเรือฯ มาบตาพุด เฟส 3 สนับสนุน เทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดกิจกรรม วันลอยกระทง ปี 2564 สืบสานประเพณี อันดีงามของท้องถิ่น เทศบาลตำบลบ้านฉาง นำโดย นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรี ฯ พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ นิจรัญ รองนายกฯ นายสำราญ สนั่นดัง กำนันตำบลบ้านฉาง นายสายันต์ พงษ์สกุล ผู้อำนวยการกองการศึกษา ฯ พร้อมคณะ และ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) ผู้ดำเนินการโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 โดยมี นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร นายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ฝ่ายโครงการฯ นายนัฐพงศ์ อนุนัย ผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อมอาชีวอนามัยและความปลอดภัย นายอาณัติ จันทร์เต็มดวง ผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพ นายวรพจน์ กาญจนสุวรรณ ฝ่าย Civil inspector พร้อมด้วย คณะครู โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งมีการจัดงาน ณ บริเวณหาดน้ำริน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

กิจกรรมในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีฯ เป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน ณ หาดน้ำริน บริเวณงานมีการจัดทำกระทงยักษ์ขนาดใหญ่ ประดับไปแสงสี โดดเด่นริมทะเล สวยงามตระการตา มีโชว์การทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ทำกระทงรูปแบบสวยงามต่างๆ

สำหรับร่วมการลอยกระทง เพื่อสืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม และ เป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมชุมชนร่วมกันเพื่อความสามัคคีในชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งมีการจัดเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีนี้ หลังจากวิกฤติโควิดแพร่ระบาดอย่างมากคณะผู้จัดงานของเทศบทลตำบลบ้านฉางและคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้มีการป้องกันและดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชน ตามแนวทางการปฏิบัติของจังหวัดและกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด ผู้คนในท้องถิ่นหลั่งไหลมาร่วมกิจกรรมและลอยกระทงกันเป็นจำนวนมาก

เทศบาลตำบลทับมา ร่วมกับวัดทับมา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564

เทศบาลตำบลทับมา ร่วมกับวัดทับมา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 พ.ย. 64 ที่วัดทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล และประชาชนตำบลทับมา ได้ร่วมสืบสานงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลทับมา วัดทับมา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง


ภายในงานมีการสวดเจริญพระพุทธมนต์และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ระหว่างวัดทับมา เทศบาลตำบลทับมา และสภาวัฒนธรรมตำบลทับมา เพื่อส่งเสริม ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในตำบลทับมา ได้ร่วมกันสืบสานอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทงของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งยังส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม การสร้างความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลทับมา โดยจัดกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนเด็ก เยาวชน และประชาชนร่วมลอยกระทงภายใต้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และส่งเสริมการลอยกระทงออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สไตล์ New Normal Thapma”ด้วย.

The Lighter Thailand…//

โควิด-19 ระยอง ไร้ผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ติดเชื้อรายวันพบ 81 ราย

โควิด-19 ระยอง ไร้ผู้เสียชีวิตอีกวัน ส่วนผู้ติดเชื้อรายวันพบ 81 ราย เสียชีวิตสะสม 294 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ 44,123 ราย

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.64 ศูนย์ปฏิบัติการฯ โควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยองว่า วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม

ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่พบเพิ่ม​ 81 ราย พบเสียชีวิตสะสมเพิ่ม 294 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมละลอกใหม่เพิ่มเป็น 44,123 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อใน 7 อำเภอ อยู่ใน อ.เมืองระยอง 43 ราย อ.แกลง 12 ราย​ อ.ปลวกแดง​ 8 ราย อ.นิคมพัฒนา 6 ราย อ.บ้านค่าย​ 5 ราย​ อ.บ้านฉาง 3 ราย อ.วังจันทร์ 1 ราย และต่างจังหวัดเข้ามารับการรักษาตัว 3 ราย

ยอดฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ฉีดไปแล้ว 1,263,893 เข็ม ยอดจอง 499,352 คน.

The Lighter Thailand…//

โควิด-19 ระยอง พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายวันพบ 150 ราย

โควิด-19 ระยอง พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายวันพบ 150 ราย เสียชีวิตสะสม 294 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ 43,955 ราย

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.64 ศูนย์ปฏิบัติการฯ โควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยองว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย

รายแรกเป็นเพศหญิง อายุ 90 ปี ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ศรีระยอง วันที่ 7 พ.ย.ส่งต่อ รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ เสียชีวิตวันที่ 13 พ.ย.

รายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 93 ปี ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.สนามยิงปืน วันที่ 14 พ.ย.ส่งต่อ รพ.ระยอง เสียชีวิตวันที่ 16 พ.ย.

ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่พบเพิ่ม 150 ราย พบเสียชีวิตสะสมเพิ่ม 294 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมละลอกใหม่เพิ่มเป็น 43,955 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อใน 8 อำเภอ อยู่ใน อ.เมืองระยอง 48 ราย อ.แกลง 45 ราย อ.ปลวกแดง 24 ราย อ.เขาชะเมา 16 ราย อ.นิคมพัฒนา 5 ราย อ.บ้านฉาง 4 ราย อ.บ้านค่าย 3 ราย อ.วังจันทร์ 2 ราย และต่างจังหวัดเข้ามารับการรักษาตัว 3 ราย

ยอดฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ฉีดไปแล้ว 1,236,443 เข็ม ยอดจอง 497,105 คน.

The Lighter Thailand…//

สาธิต รมช.สาธารณสุขลั่นฆ้องเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ที่พระเจดีย์กลางน้ำระยอง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขลั่นฆ้องเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ที่พระเจดีย์กลางน้ำระยอง


เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองร่วมกับเทศบาลนครระยอง และจังหวัดระยองร่วมจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ณ พระเจดีย์กลางน้ำ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 มีกำหนดจัดตั้งแต่วันที่ 17 – 21 พฤศจิกายน 2564 นี้ ด้วยแนวทางชีวิตวิถีใหม่ปรับตัวสู้โรคโควิด-19


ทั้งนี้ ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เป็นประเพณีที่ดีงานของไทยที่สืบสานถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองจึงได้ร่วมงานกับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม รวมถึงสืบสาน ฟื้นฟู วัฒนธรรมไทยให้กับสังคมไทยต่อไป ทั้งยังเป็นการขยายโอกาสการสร้างรายได้ของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เป็นที่รู้จักในมิติอื่น ๆ มากขึ้นด้วย

The Lighter Thailand…//

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีและถวายผ้าป่า ประจำปี 2564

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกิจกรรมประเพณีชุมชน โดยได้ร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคี จำนวน 3 วัด ได้แก่ วัดมาบชลูด วัดกระเฉทและวัดหนองแฟบ รวมทั้งได้ถวายปัจจัยทอดผ้าป่า ให้กับอีก 17 วัดในพื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลเมืองบ้านฉาง เทศบาลตำบลบ้านฉาง และเทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา มูลค่ารวมทั้งหมด 2,110,000 บาท

The Lighter Thailand…//