ข่าวทั่วไทย

แปลงใหญ่มะพร้าวทับสะแกคว้ารางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2565

แปลงใหญ่มะพร้าวทับสะแกคว้ารางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2565 กรมส่งเสริมการเกษตรผลักดัน 6 แปลงใหญ่ระดับประเทศเป็นต้นแบบของความสำเร็จที่จับต้องได้

กรมส่งเสริมการเกษตรประกาศผล และมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 โดยถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมชูความสำเร็จของเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้ารอบทั้ง 6 แปลง เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้เกษตรกรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ


กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2565 ขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมถ่ายทอดสดพิธีมอบรางวัลผ่านเฟซบุ๊กเพจ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการมอบรางวัล ซึ่งในปีนี้มีแปลงใหญ่ที่ผ่านเข้าสู่รอบการประกวดระดับประเทศ จำนวน 6 แปลง จาก 6 เขต และได้รับรางวัลดังต่อไปนี้


รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ แปลงใหญ่มะพร้าว หมู่ 2 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีจุดเด่นในการบริหารกลุ่มคือ การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์จากคนรุ่นเก่า จนเกิดการบริหารจัดการกลุ่มที่ลงตัว คือเป็นการบริหารจัดการตามแนวอนุรักษ์วิถีของคนทำสวนในอำเภอทับสะแก และยังมีการใช้นวัตกรรมในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต พร้อมเชื่อมโยงตลาดด้วย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ 7 ตำบลหนองเมือง อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ความโดดเด่นของกลุ่มนี้คือ ประธานกลุ่มฯ มีความเป็นผู้นำสูง และมีวิสัยทัศน์ สมาชิกมีความสามัคคี ร่วมมือปฏิบัติตามนโยบาย หรือแนวทางของกลุ่ม และยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ 7 ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จุดเด่นของกลุ่มนี้คือ มีความเข้มแข็ง มีกฎระเบียบที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และผู้นำกลุ่มมีความสามัคคี มีความรู้ความเข้าในการดำเนินงาน ทั้งเรื่องสวนปาล์มน้ำมัน และการจัดการกลุ่ม

รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ กลุ่มส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการรวมกลุ่มเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตและวางแผนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันที่ทำเกษตรแบบ Zero Waste มีการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และสอดคล้องกับระบบนิเวศ และแปลงใหญ่มะขาม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะขามแปลงใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีจุดเด่นของการรวมกลุ่มอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจกันของสมาชิก มีการเป้าหมายและวางแผนงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ


ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินงานในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 และมีการจัดประกวดแปลงใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่นเป็นตัวอย่างในการขยายผลการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้เกษตรกรอื่น ๆ ทั่วประเทศ และเกษตรแปลงใหญ่ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ทั้ง 6 แปลง ถือเป็นต้นแบบที่ดีของการบริหารจัดการและพัฒนากลุ่มจนประสบความสำเร็จ สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุน และปัญหาต่าง ๆ ที่สมาชิกกลุ่มต้องเผชิญก่อนที่จะมีการรวมกลุ่มฯ ได้อย่างเห็นผลชัดเจน จนสามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง 5 ด้าน คือลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิตจนได้มาตรฐาน มีการบริหารจัดการที่ดี และสามารถจัดการด้านการตลาดได้ ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรมากยิ่งขึ้น

THE LIGHTER THAILAND

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จับมือ เทศบาลตำบลเนินพระ  ปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งทะเล จ.ระยอง 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จับมือ เทศบาลตำบลเนินพระ

ปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งทะเล จ.ระยอง

 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด และ บริษัทบริษัท อิตาเลียนไทยดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (ITD) ร่วมจัดงานกับ เทศบาลตำบลเนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมด้วย กลุ่มประมงหาดสุชาดา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และ ประชาชนในพื้นที่ ร่วม โครงการ“ปลูกป่าชายเลน และต้นสนริมทะเล กว่า 2,000 ต้น ณ บริเวณนิมคลองก้นปึก เทศบาลตำบลเนินพระ จ.ระยอง

 

กิจกรรมดังกล่าว มีการกล่าวรายงานการจัดงาน โดย นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด ผู้แทนโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 และ ได้รับเกียรติจาก นายบุญธรรม ใยกล้า นายกเทศบาลตำบลเนินพระ จ.ระยอง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดย มีวัตถุประสงค์ เพื่อ เพื่ออนุรักษ์เป็นแนวป้องกันภัยจากคลื่นลมในฤดูมรสุม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความร่วมมือ ร่วมใจ ในกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดาและ ภาคราชการที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภารรัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคชุมชน ในการพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ จ.ระยอง ให้มีความอุดมสมบูรณ์ยั่งยืนสู่รุ่นลูกหลานต่อไป และเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป …

 

โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลามชาวมาบตาพุด เปิดตำนานการเผาข้าวหลามแบบโบราณ ชุมชนหาดสุชาดา

โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลามชาวมาบตาพุด
เปิดตำนานการเผาข้าวหลามแบบโบราณ ชุมชนหาดสุชาดา

โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดย บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) โดย นายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ และ นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลาม ของชุมชนหาดสุชาดาและกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดา ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญสืบทอดมาแต่โบราณ จะจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 15 ก.พ.2565 และชาวชุมชนจะร่วมใจกันมาช่วยกันเผาข้าวหลามเพื่อที่จะนำข้าวหลามไปทำบุญในวันรุ่งขึ้น คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันพระใหญ่ “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในครั้งอดีตกาลมีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคฤห์ การแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งกล่าวโดยสรุป คือ การพึงปฏิบัติละความชั่วทุกชนิดทำความดีและทำจิตใจให้ผ่องใส จึงเป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของพุทธศาสนา และกิจกรรมประเพณีเผาข้าวหลามในวันนี้มีผู้นำชุมชน ชาวบ้านและหน่วยงานที่สนับสนุนเข้าร่วมจำนวนมาก มีการอนุรักษ์สืบทอดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

 

 

สำหรับประเพณี บุญข้าวหลาม และ การเผาข้าวหลาม จากการถ่ายทอดเรื่องราวความรู้จากผู้นำชุมชน กรรมการชุมชน ชาวชุมชนที่ร่วมจัดกิจกรรม ได้แก่ นายลำเพย แว่วเสียง ประธานชุมชนหาดสุชาดา และประธานกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดา พร้อมด้วย นางศรัญญา แก่นสาร รองประธานชุมชนหาดสุชาดา นางสะอาด สุขเจริญ และ นางอุบล พืชพันธุ์ กรรมการชุมชนและสมาชิกในชุมชน เป็นต้น เรื่องราวนี้เป็นการเปิดตำนานประเพณีประจำถิ่นและที่สำคัญรูปแบบวิธีการการเผาข้าวหลามเป็นกรรมวิธีแบบโบราณทุกขั้นตอน มีรายละเอียด สำคัญดังนี้ การเผาข้าวหลามของชาวชุมชนหาดสุชาดา ขั้นตอนแรกๆ ต้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ วัตถุดิบการทำข้าวหลามได้แก่ ข้าวสารเหนียว มักใช้ข้าวพันธุ์เขี้ยวงูเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เป็นข้าวใหม่เพราะจะหอมและเมล็ดข้าวเมื่อสุกจะนุ่มนิ่มน่ารับประทาน ข้าวสารเหนียวจะต้องมีการแช่เพื่อให้ข้าวพองตัวไม่แข็งเกินไปนิ่มพอประมาณแช่ไว้นาน 2-6 โมง และ เตรียมกะทิ เกลือป่น และถั่วดำ วิธีการคือ การกวนส่วนผสมให้เข้ากัน การคัดเลือกไม้ไผ่ คัดเลือกกระบอกไม้ไผ่ จะตัดเป็นท่อนๆยาว ประมาณ 1 ศอก เป็นป้องป้องมีการคัดเลือกจากลำไม้จากปลายท่อนไผ่ลงมาหาด้านโคนของลำไม้ไผ่ ทั้งนี้ป้องด้านโคนเปลือกมีความหนามากกว่าแก่กว่าและถ้าแก่เกินไปเปลือกจะหนามากเกินไปจะทำการเผาสุกได้ยากไม่ทั่วถึงมักคัดทิ้งไม่นิยมใช้กัน ขั้นตอนต่อมาเมื่อส่วนผสมพร้อมนำข้าวกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้แล้ว

 

จะขนไปฝังดินเตรียมเผาซึ่งจะมีการนำกะทิที่ปรุงแล้วไปหยอดในกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ข้าวเหนียวและถั่วดำอยู่แล้ว (ซึ่งบางอันก็ไม่ได้ใส่ถั่วดำตามความชอบ) มาถึงขั้นตอนการเผา จะมีการจัดเตรียมพื้นที่เป็นแนวยาวเพื่อฝังท่อนไม้ไผ่ที่จะเผาเรียงเป็นแถวตามแนวยาว อาจเป็น 2 แถวหรือ 3 แถว ตามสะดวก ด้านข้างจะเว้นระยะห่างประมาณข้างละ 70 เซ็นติเมตร ไม่ได้เผาไปที่ตัวกระบอกไม้ไผ่หรือใกล้เกินไปเพราะอุณหภูมิสูงร้อนเกินไปจะไหม้ได้ หลังจากนั้นจะก่อไฟบริเวณกองฟืนที่วางไว้ให้ทั่วตลอดแนวเพื่อให้ไอความร้อนส่งไอความร้อนไปที่กระบอกข้าวหลามจนร้อนระอุค่อยๆสุกทีละน้อยต้องคอยสังเกตข้าวจะพองตัวไอความร้อนและมีไอระเหยขึ้นมาควรให้เป็นไฟปานกลางจะพอดี การเผาจึงใช้เวลาถึง 3-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว และ ต้องคอยดูไปให้ไหม้ฟืนอย่างสม่ำเสมอและคอยเขี่ยฟืนที่ไหม้แล้วไฟอ่อนลงให้ชิดใกล้กระบอกข้าวหลามมากขึ้นให้ระดับความร้อนที่พอเหมาะพอดีทำให้ข้าวหลามสุกไปเรื่อยๆจะได้ที่นุ่มหอมกรุ่นพอดี สังเกตที่กะทิบริเวณหัวข้องข้าวหลามจะแห้งไม่เยิ้มหรือเป็นน้ำใสๆจะข้นเหนียวแห้งเป็นอันใช้ได้จะได้ข้าวหลามที่หอมอร่อย ตามการเผาแบบโบราณที่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาเป็นตำนานเผาข้าวหลามสูตรโบราณที่ชาวหาดสุชาดาที่ยังอนุรักษ์ไว้อย่างภาคภูมิใจ จากนั้นลำดับต่อไปเป็นการเตรียมนำข้าวหลามไปทำบุญในวันพรุ่งนี้ 15 ค่ำเดือน 3 วันมาฆบูชา ชาวชุมชนจะไปทำบุญร่วมกันทั้งชุมชนรวมทั้งชุมชนใกล้เคียง เป็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนก่อเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและส่งเสริมสืบทอดประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษและส่งเสริมพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงคุณธรรมพัฒนาจิตใจชาวชุมชน สร้างสรรค์ชุมชนให้อบอุ่นร่มเย็นเป็นวิถีของชุมชน ชาวหาดสุชาดาสืบต่อมาเป็นตำนานของชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดอีกหลายชุมชนที่มีประเพณีนี้เช่นเดียวกัน…

พาณิชย์ปทุมธานี จับมือพาณิชย์กลุ่มภาคกลางปริมณฑล ยกตลาดชุมชนขึ้นห้างกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

พาณิชย์ปทุมธานี จับมือพาณิชย์กลุ่มภาคกลางปริมณฑล ยกตลาดชุมชนขึ้นห้างกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก“Local Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง”11-13 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี จับมือพาณิชย์กับภาคกลางปริมณฑล ได้แก่จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการและนครปฐม กำหนดจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ภายใต้ โครงการร่วมค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ปี 2565 โดยมีชื่องานว่า “Local Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง” ระหว่างวันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ 2565 ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ภายในงานมีการคัดสรรสินค้าชุมชนเด่น ออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 30 คูหา อาทิ สินค้าเกษตรสำคัญ ข้าวหอมปทุมพรีเมี่ยม มาตรฐาน Organic กล้วยหอมทองปทุม มาตรฐาน Global GAP ส้มโอนครชัยศรี เนื้อโคขุนกำแพงแสน ปลาสลิดบางบ่อ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์เด่นอื่นๆ อาทิ ของใช้ของตกแต่งบ้านจากแร่ดีบุก เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด เครื่องประดับลงยาแบบโบราณ รวมไปถึงเครื่องประดับ เสื้อผ้า และอาหารอร่อยจาก 4 จังหวัดด้วย ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้ส่งออก กับผู้ผลิตสินค้าชุมชน เกษตรกร รวมไปถึงมีการจัดจุดแสดงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อีกด้วย

โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลฯ ดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพความพร้อมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตมีโอกาสเข้าถึงช่องทางการตลาด การเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน การจัดเจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดมูลค่าการค้าที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืนต่อไป.

THE LIGHTER THAILAND…//

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีร่วมกิจกรรมปลูกไม้หายากในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ ณ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง

วันที่ 10 ธันวาคม 2564 – คุณยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ร่วมกิจกรรมปลูกไม้หายากในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ณ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ กรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมครั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำโครงการปลูกไม้หายากในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติสวนพฤกษศาสตร์ระยองขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์พรรณไม้ที่สำคัญให้คงอยู่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในท้องถิ่น เพื่อให้พื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติได้รับการอนุรักษ์ ดูแลรักษา และคงความอุดมสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยให้คงอยู่ตลอดไป

โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 50 คนตามมาตรการเว้นระยะห่างในช่วงโควิด-19บีแอลซีพี ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน…

#thelighterthailand #news #thailand #rayong #ระยอง #ข่าว

ทต.มะขามคู่ จัดกิจกรรมจิตอาสาปรับภูมิทัศสวนสาธารณะ

เมื่อวันที่ 03 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น. บริเวณอ่างเก็บน้ำสวนสาธารณะหมู่ 1 ตำบลมะขามคู่ นายอมรเทพ เล็กโล่ง นายกเทศบาลตำบลมะขามคู่ เป็นประธานเปิดกรวยพร้อมถวายพานพุ่มด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เพื่อน้อมลำรึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม พร้อมเป็นประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่อ่างเก็บน้ำ ภายในเนื้อที่กว่า 30 ไร่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานเทศบาล ร่วมงานโดยทุกคนร่วมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองผ้าพันคอสีเหลืองและหมวกสีฟ้าซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโดยรอบสวนสาธารณะ

นายกอมรเทพกล่าวว่า สวนสาธารณะ ซอย9 หรือสวนสาธารณะ Health Park เดิมเป็นสระน้ำดิบของระบบประปาหมู่บ้านต่อมาระบบประปาได้ถูกโอนถ่ายไปให้การประปาภูมิภาคบริหารจัดการสระน้ำแห่งนี้จึงถูกทิ้งรกร้างเมื่อเทศบาลมีโครงการจัดทำสวนสาธารณะสำหรับให้ประชาชนได้ออกกำลงักายจึงได้เข้ามาดำเนินการปรับภูมทัศเสียใหม่มีการจัดหาเครื่องออกกำลังกายมาวาง จัดทำทางเดิน-วิ่งออกกำลังกาย ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างโดยใช้แผงโซล่าเซล วันนี้สวนสาธารณะ Health Park พร้อมแล้วที่จะต้อนรับพี่น้องประชาชนที่ลักและชอบการออกกำลังกาย

กฤตภาส แตงเพชร์ ระยอง

 

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบบ้านครอบครัวคนพิการประสานดำเนินการ​โดย มูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ ระยอง

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ตามโครงการ “สภาสังคมสงเคราะห์ 55 ปี ใต้ร่มพระบารมี” โดยทุนสนับสนุนสงเคราะห์สร้างบ้านคนพิการจังหวัดระยอง ประสานดำเนินการ​โดยมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ

              เมื่อเวลา 13.30 น.(23พ.ย.64) ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแกลง นายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้เกียรติเป็นประธานการส่งมอบบ้านเพื่อครอบครัวคนพิการจังหวัดระยอง โดยมี นายสายรุ้ง วิยะบุญ ประธานกรรมการมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอแกลง นางจีรยดา ธรรมบุษดี นักสังคมสงเคราะห์ชํานาญการผู้อํานวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดระยอง  นายพายัพ ผ่องใส สมาชิกสภาองค์การบริหารจังหวัดระยอง ผู้นําท้องถิ่น และผู้พิการร่วมเข้ารับมอบ

นายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองมีองค์กรคนพิการที่เข้มแข็ง ทั้งยัง เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ที่สามารถทำประโยชน์ให้กับจังหวัดระยองได้อย่างแท้จริง จากการประสานการสนับสนุนทุนสงเคราะห์การซ่อมและสร้างบ้านให้กับครอบครัวคนพิการจังหวัดระยอง กับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโครงการ“สภาสังคมสงเคราะห์ 55 ปี ใต้ร่มพระบารมี” ให้กับครอบครัวผู้พิการในจังหวัดระยองครั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะด้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่เป็นการดูแลจิตใจของคนทั้งครอบครัว เพราะความสำคัญของบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จําเป็นของคนเราเป็นที่อยู่ที่ให้ความปลอดภัย เป็นศูนย์รวมของสมาชิกทุกคน เป็นส่วนหนึ่งในชุมชน และเป็นรากฐานของสังคม

ทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนได้รับการดูแลจากสังคมองค์รวม ต้องขอขอบคุณ คณะทำงานของมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการ และขอขอบคุณหน่วยงานราชการท้องถิ่น และผู้นําท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ที่ได้อํานวยความสะดวกให้โครงการนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ขอแสดงความยินดีอย่างจริงใจกับครอบครัวผู้พิการทั้ง 10 ครอบครัว ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการนี้ หวังว่าท่านจะเป็นกําลังสำคัญในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองตัวอย่างที่ดีแก่ครอบครัวผู้พิการในจังหวัดระยองดำรงอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังความดีงาม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเข้มแข็ง ตลอดจนทำประโยชน์ต่อส่วนรวมในจังหวัดระยองและประเทศชาติต่อไป

สำหรับการส่งมอบบ้านเพื่อครอบครัวคนพิการจังหวัดระยอง โดยทุนสนับสนุนสงเคราะห์จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพ ประสิทธิภาพ มาตรฐานด้านส่งเสริมสุขภาพ การประกอบอาชีพ การศึกษา ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต การเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ สร้างเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่คนพิการทุกประเภทและผู้ด้อยโอกาส สนับสนุนและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่องค์กรและเครือข่ายคนพิการทุกประเภท ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์และเพื่อการกุศลหรือสังคมสงเคราะห์ซึ่งมีเครือข่ายทั้ง 4 อำเภอในจังหวัดระยอง

โดยในปี 2564 นี้ ได้การสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามโครงการ “สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 55 ปี ใต้ร่มพระบารมี” ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ส่งเสริม สนับสนุน ป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนาสังคม ดำเนินการซ่อมแซมและสร้างบ้านให้กับครอบครัวคนพิการ จำนวน 10 หลังคาเรือนในพื้นที่จังหวัดระยอง ได้แก่ อำเภอเขาชะเมา จำนวน 1 หลังคาเรือน อำเภอแกลง จำนวน 7 หลังคาเรือน อำเภอเมือง จำนวน 1 หลังคาเรือน อำเภอบ้านฉาง จำนวน 1 หลังคาเรือน

The Lighter Thailand…//

โครงการท่าเรือฯ มาบตาพุด เฟส 3 สนับสนุน เทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดกิจกรรม วันลอยกระทง ปี 2564

โครงการท่าเรือฯ มาบตาพุด เฟส 3 สนับสนุน เทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดกิจกรรม วันลอยกระทง ปี 2564 สืบสานประเพณี อันดีงามของท้องถิ่น เทศบาลตำบลบ้านฉาง นำโดย นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรี ฯ พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ นิจรัญ รองนายกฯ นายสำราญ สนั่นดัง กำนันตำบลบ้านฉาง นายสายันต์ พงษ์สกุล ผู้อำนวยการกองการศึกษา ฯ พร้อมคณะ และ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) ผู้ดำเนินการโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 โดยมี นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร นายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ฝ่ายโครงการฯ นายนัฐพงศ์ อนุนัย ผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อมอาชีวอนามัยและความปลอดภัย นายอาณัติ จันทร์เต็มดวง ผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพ นายวรพจน์ กาญจนสุวรรณ ฝ่าย Civil inspector พร้อมด้วย คณะครู โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งมีการจัดงาน ณ บริเวณหาดน้ำริน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

กิจกรรมในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีฯ เป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน ณ หาดน้ำริน บริเวณงานมีการจัดทำกระทงยักษ์ขนาดใหญ่ ประดับไปแสงสี โดดเด่นริมทะเล สวยงามตระการตา มีโชว์การทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ทำกระทงรูปแบบสวยงามต่างๆ

สำหรับร่วมการลอยกระทง เพื่อสืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม และ เป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมชุมชนร่วมกันเพื่อความสามัคคีในชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งมีการจัดเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีนี้ หลังจากวิกฤติโควิดแพร่ระบาดอย่างมากคณะผู้จัดงานของเทศบทลตำบลบ้านฉางและคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้มีการป้องกันและดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชน ตามแนวทางการปฏิบัติของจังหวัดและกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด ผู้คนในท้องถิ่นหลั่งไหลมาร่วมกิจกรรมและลอยกระทงกันเป็นจำนวนมาก

เทศบาลตำบลทับมา ร่วมกับวัดทับมา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564

เทศบาลตำบลทับมา ร่วมกับวัดทับมา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 พ.ย. 64 ที่วัดทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล และประชาชนตำบลทับมา ได้ร่วมสืบสานงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลทับมา วัดทับมา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง


ภายในงานมีการสวดเจริญพระพุทธมนต์และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ระหว่างวัดทับมา เทศบาลตำบลทับมา และสภาวัฒนธรรมตำบลทับมา เพื่อส่งเสริม ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในตำบลทับมา ได้ร่วมกันสืบสานอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทงของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งยังส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม การสร้างความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลทับมา โดยจัดกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนเด็ก เยาวชน และประชาชนร่วมลอยกระทงภายใต้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และส่งเสริมการลอยกระทงออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สไตล์ New Normal Thapma”ด้วย.

The Lighter Thailand…//

DowจับมือTPKพัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกผสมพลาสติกรีไซเคิล ครั้งแรกในไทย

Dow จับมือ TPK พัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ผสมพลาสติกรีไซเคิล ครั้งแรกในไทย

กรุงเทพฯ –11 พฤศจิกายน 2564 – กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย  (Dow) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท ไทยแพ็คเกจจิ้ง แมนูแฟ็กเจอเรอร์ จำกัด (TPK) พัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิด “ฟิล์มหดรัดสินค้า” (Collation Shrink film) จากเม็ดพลาสติกสูตรพิเศษ ผสมพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้ว (Post-Consumer Recycled Resin: PCR) ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่าฟิล์มที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่ เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ววันนี้

  นวัตกรรมเม็ดพลาสติกผสม PCR ดังกล่าวชื่อว่า XUS 60921.01 สามารถนำมาผลิตเป็นฟิล์มพลาสติกชนิด “ฟิล์มหดรัดสินค้า” สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ยังคงคุณสมบัติเทียบเท่ากับฟิล์มที่ทำมาจากเม็ดพลาสติกใหม่ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 17% และประหยัดพลังงานได้กว่า 30% [1] เมื่อเปรียบเทียบกับเม็ดพลาสติกใหม่ นับเป็นครั้งแรกของเอเชีย แปซิฟิก และประเทศไทยที่มีการผลิต “ฟิล์มหดรัดสินค้า” ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้

“เม็ดพลาสติกรีไซเคิลสูตรพิเศษนี้ใช้ผลิตเป็นชั้นกลางของฟิล์มหดรัดสินค้าเพื่อใช้ในการห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำอัดลมกระป๋อง ขวดแชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ โลชั่น และอื่น ๆ ให้เป็นแพคใหญ่เพื่อให้ขนส่งได้สะดวก โดยเราได้พัฒนาและทดสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ Dow อย่างเข้มงวดด้วยเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะของ TPK จึงมั่นใจได้ว่าเป็นฟิล์มที่มีคุณภาพดีและสวยงามไม่แพ้ฟิล์มที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่ทั้งหมด อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดก๊าซเรือนกระจก และลดขยะให้กับโลกใบนี้ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากแบรนด์สินค้าชั้นนำและผู้บริโภคที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน โดยแบรนด์ที่สนใจสามารถมาพูดคุยกับเราเพื่อปรับสูตรการผลิตฟิล์มให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ตามความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละสินค้า” นายถิรเดช จิระประกอบชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแพ็คเกจจิ้ง แมนูแฟ็กเจอเรอร์ จำกัด กล่าว

            “กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีเม็ดพลาสติก “สูตรผสมพลาสติกใช้แล้ว” หรือ Post-Consumer Recycled Resin (PCR) แบบพิเศษของ Dow ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่าเม็ดพลาสติกใหม่ ได้รับการตอบรับจากองค์กรชั้นนำที่มีความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน อย่าง TPK

Dow หวังว่าฟิล์มหดรัดสินค้ารักษ์โลกนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อใช้ในการแพคสินค้าส่งไปยังร้านค้าและผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสินค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน และหวังว่าจะได้เห็นฟิล์มบรรจุภัณฑ์จากความร่วมมือนี้ อยู่บนทุกสินค้าในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้” นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าว       

เม็ดพลาสติกรีไซเคิลสูตรพิเศษนี้เป็นหนึ่งในโซลูชันสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติก ซึ่ง Dow ได้ตั้งเป้าการทำงานด้านความยั่งยืนในการทำให้ขยะพลาสติกจำนวน 1 ล้านตัน ถูกเก็บกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลผ่านการดำเนินงานของบริษัทและความมือร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ภายในปี 2573 รวมถึงผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Dow ที่นำไปผลิตเป็นแพคเกจจิ้งจะต้องสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ภายในปี 2578 นอกจากนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการทำธุรกิจของ TPK ที่มุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์แบรนด์ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยฟิล์มบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจากความร่วมมือของทั้งสองบริษัทพร้อมแล้วที่จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป