โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จับมือ เทศบาลตำบลเนินพระ  ปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งทะเล จ.ระยอง 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จับมือ เทศบาลตำบลเนินพระ

ปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งทะเล จ.ระยอง

 

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร) บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด และ บริษัทบริษัท อิตาเลียนไทยดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (ITD) ร่วมจัดงานกับ เทศบาลตำบลเนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมด้วย กลุ่มประมงหาดสุชาดา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และ ประชาชนในพื้นที่ ร่วม โครงการ“ปลูกป่าชายเลน และต้นสนริมทะเล กว่า 2,000 ต้น ณ บริเวณนิมคลองก้นปึก เทศบาลตำบลเนินพระ จ.ระยอง

 

กิจกรรมดังกล่าว มีการกล่าวรายงานการจัดงาน โดย นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด ผู้แทนโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 และ ได้รับเกียรติจาก นายบุญธรรม ใยกล้า นายกเทศบาลตำบลเนินพระ จ.ระยอง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดย มีวัตถุประสงค์ เพื่อ เพื่ออนุรักษ์เป็นแนวป้องกันภัยจากคลื่นลมในฤดูมรสุม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความร่วมมือ ร่วมใจ ในกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดาและ ภาคราชการที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภารรัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคชุมชน ในการพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ จ.ระยอง ให้มีความอุดมสมบูรณ์ยั่งยืนสู่รุ่นลูกหลานต่อไป และเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป …

 

BLCP คว้ารางวัลสถานประกอบการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2564

23 มีนาคม 2565 – นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ได้เข้ารับรางวัลสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2564 จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เพื่อแสดงให้เห็นว่า BLCP เป็นผู้ประกอบการที่มีหลักการธรรมาภิบาลที่ดี ประกอบด้วย 7 หลัก คือ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งปฎิบัติตามหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความยั่งยืน

BLCP ได้นำหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัติในการประกอบกิจการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยมีนโยบายการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ได้มาตรฐานตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ รวมทั้งจัดทำโครงการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นที่จะประกอบกิจการโดยคำนึงถึงการจัดการด้านมลภาวะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเปิดเผยข้อมูลการจัดการมลภาวะอย่างโปร่งใส ตามแผนการขจัดและลดมลพิษและมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ อย่างยั่งยืน…

THE LIGHTER THAILAND…///

เทศบาลตำบลทับมา เดินหน้าพัฒนาสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เทศบาลตำบลทับมา เดินหน้าพัฒนาสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์สำนักงานสีเขียว(Green Office)มุ่งเน้นให้พนักงานเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มี.ค.65 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการสำนักงานสีเขียว(Green Office) ประจำปี 2565 มีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานเทศบาลตำบลทับมา เข้าร่วมอบรมโครงการ จำนวน 60 คน มีชี้แจงโครงการ และกรอบงานโครงการสำนักงานสีเขียว(Green Office) และการอบรมให้ความรู้แนวทางการพัฒนาสู่สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์สำนักงานสีเขียว(Green Office) เป็นต้น

นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มุ่งเน้นส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องสำนักงานสีเขียวและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ เพื่อลดการใช้พลังงาน ดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดปริมาณขยะ โดยการใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ การลดและเลิกใช้สารเคมีอันตราย รวมทั้งการจัดซื้อ จัดจ้างสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างรู้คุณค่า มีแนวทางในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้กิจกรรมต่างๆ ภายในสำนักงาน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด อันจะนำไปสู่การช่วยลดภาวะโลกร้อน…

THE LIGHTER THAILAND…///

คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง รณรงค์ให้กลุ่มสตรีใส่ใจสุขภาพ ป้องกันตนเองจากโรคอุบัติใหม่ และส่งเสริมปลูกผักสวนครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร

 

คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง รณรงค์ให้กลุ่มสตรีใส่ใจสุขภาพ ป้องกันตนเองจากโรคอุบัติใหม่ และส่งเสริมปลูกผักสวนครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสะพานหิน ม.8 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายกำธร เวหน นายอำเภอเมืองระยอง เป็นประธานเปิดโครงการสตรีเมืองระยองใส่ใจสุขภาพ และป้องกันโรคอุบัติใหม่(รุ่นที่ 3) มีคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล/หมู่บ้าน ตำบลทับมา ตำบลเนินพระ จำนวน 40 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีการบรรยายให้ความรู้และการปลูกพืชผักสวนครัว และสมุนไพร ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง


นางปรานี จิตติรบำรุง ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลทับมา กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และโรคอุบัติใหม่ในปัจจุบัน ประชาชนประสบภาวะวิกฤตหลากหลายมิติ

เช่น ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย การถูกเลิกจ้างงาน ค่าใช้จ่ายคงที่แต่รายได้ครัวเรือนลดลง และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรคอุบัติใหม่ และลดรายจ่ายของครัวเรือนในสถานการณ์ปัจจุบัน คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.เมืองระยอง เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และป้องกันตนเองจากโรคอุบัติใหม่ อีกทั้งส่งเสริมให้สตรีปลูกผักสวนครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เป็นรูปธรรม…

 

ทต.ทับมา เปิดอบรมและศึกษาดูงานการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุ

เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการอบรมและศึกษาดูงานการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุและอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ มุ่งส่งเสริมดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ทั้ง 2,488 คน          เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 มี.ค.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมและศึกษาดูงานการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุและอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลทับมา และมีผู้สูงอายุ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการตำบลทับมา ผู้สังเกตการณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 120 คน โดยมีกิจกรรมให้ความรู้ เรื่องการเตรียมความพร้อมสังคมผู้สูงอายุ การศึกษาดูงานการดำเนินงานด้านสวัสดิการผู้สูงอายุและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุที่เทศบาลเมืองบึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า ปัจจุบันตำบลทับมามีผู้สูงอายุ จำนวน 2,488 คน เทศบาลตำบลทับมา ได้ตระหนักถึงปัญหาผู้สูงอายุบางส่วนขาดการดูแลจากครอบครัว โดยไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร หรือจากปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อผู้สูงอายุ

อันจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย การเจ็บป่วยเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นมา เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เกิดความสามัคคี มีความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน และเพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งเพื่อให้ได้มีโอกาสศึกษาดูงานและนำความรู้มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุได้อย่างทั่วถึงต่อไปด้วย…

THE LIGHTER THAILAND…//

โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลามชาวมาบตาพุด เปิดตำนานการเผาข้าวหลามแบบโบราณ ชุมชนหาดสุชาดา

โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลามชาวมาบตาพุด
เปิดตำนานการเผาข้าวหลามแบบโบราณ ชุมชนหาดสุชาดา

โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดย บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) โดย นายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ และ นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนับสนุนประเพณีบุญข้าวหลาม ของชุมชนหาดสุชาดาและกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดา ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญสืบทอดมาแต่โบราณ จะจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 15 ก.พ.2565 และชาวชุมชนจะร่วมใจกันมาช่วยกันเผาข้าวหลามเพื่อที่จะนำข้าวหลามไปทำบุญในวันรุ่งขึ้น คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันพระใหญ่ “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในครั้งอดีตกาลมีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคฤห์ การแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งกล่าวโดยสรุป คือ การพึงปฏิบัติละความชั่วทุกชนิดทำความดีและทำจิตใจให้ผ่องใส จึงเป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของพุทธศาสนา และกิจกรรมประเพณีเผาข้าวหลามในวันนี้มีผู้นำชุมชน ชาวบ้านและหน่วยงานที่สนับสนุนเข้าร่วมจำนวนมาก มีการอนุรักษ์สืบทอดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

 

 

สำหรับประเพณี บุญข้าวหลาม และ การเผาข้าวหลาม จากการถ่ายทอดเรื่องราวความรู้จากผู้นำชุมชน กรรมการชุมชน ชาวชุมชนที่ร่วมจัดกิจกรรม ได้แก่ นายลำเพย แว่วเสียง ประธานชุมชนหาดสุชาดา และประธานกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านหาดสุชาดา พร้อมด้วย นางศรัญญา แก่นสาร รองประธานชุมชนหาดสุชาดา นางสะอาด สุขเจริญ และ นางอุบล พืชพันธุ์ กรรมการชุมชนและสมาชิกในชุมชน เป็นต้น เรื่องราวนี้เป็นการเปิดตำนานประเพณีประจำถิ่นและที่สำคัญรูปแบบวิธีการการเผาข้าวหลามเป็นกรรมวิธีแบบโบราณทุกขั้นตอน มีรายละเอียด สำคัญดังนี้ การเผาข้าวหลามของชาวชุมชนหาดสุชาดา ขั้นตอนแรกๆ ต้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ วัตถุดิบการทำข้าวหลามได้แก่ ข้าวสารเหนียว มักใช้ข้าวพันธุ์เขี้ยวงูเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เป็นข้าวใหม่เพราะจะหอมและเมล็ดข้าวเมื่อสุกจะนุ่มนิ่มน่ารับประทาน ข้าวสารเหนียวจะต้องมีการแช่เพื่อให้ข้าวพองตัวไม่แข็งเกินไปนิ่มพอประมาณแช่ไว้นาน 2-6 โมง และ เตรียมกะทิ เกลือป่น และถั่วดำ วิธีการคือ การกวนส่วนผสมให้เข้ากัน การคัดเลือกไม้ไผ่ คัดเลือกกระบอกไม้ไผ่ จะตัดเป็นท่อนๆยาว ประมาณ 1 ศอก เป็นป้องป้องมีการคัดเลือกจากลำไม้จากปลายท่อนไผ่ลงมาหาด้านโคนของลำไม้ไผ่ ทั้งนี้ป้องด้านโคนเปลือกมีความหนามากกว่าแก่กว่าและถ้าแก่เกินไปเปลือกจะหนามากเกินไปจะทำการเผาสุกได้ยากไม่ทั่วถึงมักคัดทิ้งไม่นิยมใช้กัน ขั้นตอนต่อมาเมื่อส่วนผสมพร้อมนำข้าวกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้แล้ว

 

จะขนไปฝังดินเตรียมเผาซึ่งจะมีการนำกะทิที่ปรุงแล้วไปหยอดในกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ข้าวเหนียวและถั่วดำอยู่แล้ว (ซึ่งบางอันก็ไม่ได้ใส่ถั่วดำตามความชอบ) มาถึงขั้นตอนการเผา จะมีการจัดเตรียมพื้นที่เป็นแนวยาวเพื่อฝังท่อนไม้ไผ่ที่จะเผาเรียงเป็นแถวตามแนวยาว อาจเป็น 2 แถวหรือ 3 แถว ตามสะดวก ด้านข้างจะเว้นระยะห่างประมาณข้างละ 70 เซ็นติเมตร ไม่ได้เผาไปที่ตัวกระบอกไม้ไผ่หรือใกล้เกินไปเพราะอุณหภูมิสูงร้อนเกินไปจะไหม้ได้ หลังจากนั้นจะก่อไฟบริเวณกองฟืนที่วางไว้ให้ทั่วตลอดแนวเพื่อให้ไอความร้อนส่งไอความร้อนไปที่กระบอกข้าวหลามจนร้อนระอุค่อยๆสุกทีละน้อยต้องคอยสังเกตข้าวจะพองตัวไอความร้อนและมีไอระเหยขึ้นมาควรให้เป็นไฟปานกลางจะพอดี การเผาจึงใช้เวลาถึง 3-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว และ ต้องคอยดูไปให้ไหม้ฟืนอย่างสม่ำเสมอและคอยเขี่ยฟืนที่ไหม้แล้วไฟอ่อนลงให้ชิดใกล้กระบอกข้าวหลามมากขึ้นให้ระดับความร้อนที่พอเหมาะพอดีทำให้ข้าวหลามสุกไปเรื่อยๆจะได้ที่นุ่มหอมกรุ่นพอดี สังเกตที่กะทิบริเวณหัวข้องข้าวหลามจะแห้งไม่เยิ้มหรือเป็นน้ำใสๆจะข้นเหนียวแห้งเป็นอันใช้ได้จะได้ข้าวหลามที่หอมอร่อย ตามการเผาแบบโบราณที่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาเป็นตำนานเผาข้าวหลามสูตรโบราณที่ชาวหาดสุชาดาที่ยังอนุรักษ์ไว้อย่างภาคภูมิใจ จากนั้นลำดับต่อไปเป็นการเตรียมนำข้าวหลามไปทำบุญในวันพรุ่งนี้ 15 ค่ำเดือน 3 วันมาฆบูชา ชาวชุมชนจะไปทำบุญร่วมกันทั้งชุมชนรวมทั้งชุมชนใกล้เคียง เป็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนก่อเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและส่งเสริมสืบทอดประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษและส่งเสริมพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงคุณธรรมพัฒนาจิตใจชาวชุมชน สร้างสรรค์ชุมชนให้อบอุ่นร่มเย็นเป็นวิถีของชุมชน ชาวหาดสุชาดาสืบต่อมาเป็นตำนานของชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดอีกหลายชุมชนที่มีประเพณีนี้เช่นเดียวกัน…

“กองทัพเรือ สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันทะเลระยองอีกครั้ง”

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2565) พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท SPRC รั่วไหลอีกครั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยจัด เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ขึ้นบินนำสารเคมี DASIC international SLICKGONE ไปโปรยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ และได้จัดกำลังพลจาก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) จำนวนผลัดละ 40 นาย เข้าประจำพื้นที่บริเวณหาดแม่รำพึง จ.ระยอง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หากเกิดกรณีคราบน้ำมันที่รั่วไหลมาถึงบริเวณชายหาดอีกครั้ง โดยจะทำการสำรวจบริเวณชายหาดตลอด 24 ชั่วโมง และเก็บขยะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท SPRC ซึ่งกำลังพลกองทัพเรือ ได้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนปฏิบัติการอีกครั้งตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

สำหรับในวันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2565) กำลังพลของกองทัพเรือ และ พนักงานบริษัท บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด มหาชน ระดมกันนำอุปกรณ์ ที่เรียกว่า “โฟม บูม” ( Foam Boom) มาสแตนบายไว้บริเวณริมชายหาดบริเวณ แหลมรุ่งเรือง ตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง โดย “โฟม บูม” เหล่านี้ เตรียมไว้นำออกไปในทะเล บริเวณจุดที่คาดว่า จะพบคราบน้ำมันที่รั่ว และ ลอยอยู่ในทะเลขณะนี้ แม้ที่ผ่านมา เจ้าหน้าจะระดมกันล้อมน้ำมันไว้แล้วก็ตาม เป็นพื้นที่ ประมาณ 0.36 ตารางกิโลเมตร หรือ 225 ไร่ นอกจากนี้ กำลังพลได้ทำความสะอาด เก็บขยะบริเวณหาดร่วมกับเจ้าหน้าที่บริษัทอีกด้วย…


โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ ไม่มีอะไรน่ากังวลและคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็วๆนี้

ที่มา..สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

พาณิชย์ปทุมธานี จับมือพาณิชย์กลุ่มภาคกลางปริมณฑล ยกตลาดชุมชนขึ้นห้างกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

พาณิชย์ปทุมธานี จับมือพาณิชย์กลุ่มภาคกลางปริมณฑล ยกตลาดชุมชนขึ้นห้างกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก“Local Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง”11-13 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี จับมือพาณิชย์กับภาคกลางปริมณฑล ได้แก่จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการและนครปฐม กำหนดจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ภายใต้ โครงการร่วมค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ปี 2565 โดยมีชื่องานว่า “Local Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง” ระหว่างวันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ 2565 ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ภายในงานมีการคัดสรรสินค้าชุมชนเด่น ออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 30 คูหา อาทิ สินค้าเกษตรสำคัญ ข้าวหอมปทุมพรีเมี่ยม มาตรฐาน Organic กล้วยหอมทองปทุม มาตรฐาน Global GAP ส้มโอนครชัยศรี เนื้อโคขุนกำแพงแสน ปลาสลิดบางบ่อ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์เด่นอื่นๆ อาทิ ของใช้ของตกแต่งบ้านจากแร่ดีบุก เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด เครื่องประดับลงยาแบบโบราณ รวมไปถึงเครื่องประดับ เสื้อผ้า และอาหารอร่อยจาก 4 จังหวัดด้วย ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้ส่งออก กับผู้ผลิตสินค้าชุมชน เกษตรกร รวมไปถึงมีการจัดจุดแสดงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อีกด้วย

โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลฯ ดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพความพร้อมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตมีโอกาสเข้าถึงช่องทางการตลาด การเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน การจัดเจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดมูลค่าการค้าที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืนต่อไป.

THE LIGHTER THAILAND…//

“ม้านิลมังกร”ได้โค้ชแดนปลาดิบเสริมทัพ

สโมสรระยอง เอฟซี ประกาศตั้ง “มาซามิ ทากิ” กุนซือแดนปลาดิบวัย 49 ปี เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม พร้อมกับได้ “โค้ชหนุ่ม”อานนท์ บรรดาศักดิ์ เข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีม เตรียมลุย M-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2 ฤดูกาล 2021/22 ในเลกสอง ตั้งเป้าจะเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นไทยลีก 1 ให้ได้ในเลกสองนี้

ที่อาคาร TSK ปาร์ค อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้จัดการทีมคนใหม่สโมสรระยอง เอฟซี เปิดเผยถึงการสู้ศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2 ฤดูกาล 2021-2022 เลกสองว่า

โดยได้มีการประกาศแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ได้ดึงเอากุนซือ “มาซามิ ทากิ” ชาวญี่ปุ่น วัย 49 ปี เคยผ่านการเป็นโค้ชคุมทีมอย่าง ไทยฮอนด้า และเชียงราย ยูไนเต็ด มาแล้วมาคุมทีมในเลกสองนี้ พร้อมได้ดึงเอาผู้ช่วยโค้ชอย่าง “อานนท์ บรรดาศักดิ์”ที่เคยเป็นมือขวาของ “สเตฟาโน่ คูกูร่า” คุม “เชียงราย ยูไนเต็ด” มาช่วย โดยมีผลงานคือการพา “สมุทรสาคร เอฟซี” คว้าแชมป์ ไทยลีก 3 ในปี 2017 เลื่อนชั้น พร้อมกับคว้ารางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ไทยลีก 3 ในปีนั้น ก่อนย้ายมาคุม “แพร่ ยูไนเต็ด” มาช่วย

สำหรับ “โค้ชทากิ” มาซามิ ทากิ และ “โค้ชหนุ่ม” อานนท์ บรรดาศักดิ์ จะร่วมมือกันนำทัพ “ม้านิลมังกร” ระยอง เอฟซี ลุยเลกสอง ภายใต้เป้าหมายของทีมที่ตั้งไว้ คือเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดให้ได้ในเลกสองนี้ ซึ่งสำหรับตัวผู้เล่นได้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมหลายคน มีจักรกฤษ นิยมสุข จากนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จอ โคโค่ นักเตะสัญชาติพม่า จากแพร่ ยูไนเต็ด ณัฐกฤต ทองนพคุณ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด สหรัฐ รัตนวิจิตร จากสโมสรราชนาวี และเคนโซ่ นัมบุ จากศุลกากร ยูไนเต็ด ผสมผสานกับนักเตะพลังหนุ่มของทีมที่ดันขึ้นสู่ชุดใหญ่อีกหลายคน

ทั้งนี้ สำหรับการแข่งขันในศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือ ไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2021-22 เลกสอง งานแรกเลกสองนี้ของโค้ชชาวญี่ปุ่น จะต้องนำลูกทีม ระยอง เอฟซี ออกไปเยือนเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในวันนี้(9 ม.ค.) เวลา 18.30 น.ก่อนที่ในวันที่ 12 ม.ค.จะเปิดสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง รับการมาเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอลถ้วยในรายการรีโว่ ลีกคัพ 2021-22 รอบ 32 ทีม และลงเล่นไทยลีก 2 นัดที่ 2 โดยเปิดบ้านรับการมาเยือนของแพร่ ยูไนเต็ดในวันที่ 16 ม.ค.เวลา 18.00 น.ทุกนัดที่แข่งขันในบ้านสโมสรฯ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากบ้านพักเด็ก อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าชมการแข่งขันฟรีทุกแมตช์

 

ผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรระยอง เอฟซี ยังเปิดเผยต่อว่า ในแมตช์ที่เปิดบ้านรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในบอลถ้วย ยืนยันว่านักเตะสู้เต็มที่อย่างแน่นอน เพื่อการันตีการเข้ารอบต่อไป และเป็นขวัญกำลังในการแข่งไทยลีก 2 อีกด้วย..

 

BLCPจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 สานพันธกิจเครือข่ายเข้มแข็ง ร่วมกันเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง ประจำปี 2564

 

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 – นายอรัญ ใจตั้ง รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ประธานในพิธีฯ ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ปีละ 9 ครั้ง และต่อเนื่องเป็นปีที่ 19) โดยในปีนี้ BLCP ได้จัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากการแพร่ระบาดของCOVID-19

BLCP ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมืองและอ.บ้านฉางสามัคคี กลุ่มบริษัท จีพีเอสซี, บริษัท เอสซีจี เคมีคอลส์ จำกัด, กลุ่มบริษัท ปตท., สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด, บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด ร่วมกันจัด “พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง” เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เพิ่มศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำในทะเลและชายฝั่ง สร้างอาชีพ รายได้ที่มั่นคง และความยั่งยืนให้กับประชาชนจังหวัดระยอง

 

แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงมีอยู่ แต่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยังดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตามพันธกิจที่มีร่วมกันกับเครือข่ายที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน (ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม)และชุมชนในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศของกิจกรรม สามารถรับชมย้อนหลังผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ ครอบครัวข่าว 3 ระยอง

 

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่มุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเล สร้างสมดุลระบบนิเวศวิทยา และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงโดยรอบอย่างยั่งยืน จำนวนพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเล มี 2 ชนิด คือ กุ้งกุลาดำ จำนวน 300,000 ตัว และลูกไรปูม้า จำนวน 3,500,000 ตัว
โดยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดนี้นำมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน ภายใต้วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมือง และ อ.บ้านฉางสามัคคี

 

BLCP ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน…

THE LIGHTER  THAILAND…